รูเบน อโมริม กุนซือ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์เปิดอกยอมรับว่าสถานการณ์เก้าอี้ของเจ้าตัวในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อาจตกอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอนแม้ว่า เซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ จะยืนยันถึงความมั่นใจในสถานะของนายใหญ่ชาว โปรตุเกส ก็ตาม – bk8thai
จิม แรทคลิฟฟ์ เจ้าของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงทัศนะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากับ เดอะไทมส์ ระบุว่าเขาอาจจะให้เวลา อโมริม 3 ปีเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ให้หลังจากที่กุนซือแดนฝอยทอง รายนี้เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ที่ผ่านมารับช่วงต่อจาก เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีมชาว เนเธอร์แลนด์
“It helps our fans that leadership know it will take a while”
Ruben Amorim reflects on how ‘good’ it is to have the support of Sir Jim Ratcliffe, but is focussed on winning matches as Manchester United prepare to face Liverpool ???? pic.twitter.com/956vkIiUZQ
— Sky Sports News (@SkySportsNews) October 17, 2025
อโมริม ได้ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันของสโมสร โดยยอมรับว่าแม้ตัวเขาจะรู้สึกดีที่ได้รับข้อความให้กำลังใจจากผู้บริหาร แต่เจ้าตัวก็เข้าใจสัจธรรมของฟุตบอลดี
“เป็นเรื่องดีจริง ๆ ที่ได้ยินแบบนั้น แต่เขาบอกผมอยู่เสมอ บางครั้งก็ส่งข้อความมาหลังเกม แต่คุณก็รู้ ผมก็รู้ และ จิม ก็รู้ ว่าฟุตบอลมันไม่ได้เป็นแบบนั้น” เขากล่าว “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเกมถัดไป แม้กระทั่งกับเจ้าของสโมสร คุณก็ไม่สามารถควบคุมวันพรุ่งนี้ในโลกฟุตบอลได้”
ก่อนหน้านี้ ประธานบริหาร โอมาร์ เบร์ราดา ยอมรับว่าการที่ผู้จัดการทีมต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้มากในการปรับตัวให้เข้ากับ พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ย้ายมาจาก สปอร์ติง เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วซึ่งภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมวัย 40 ปี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถคว้าชัยชนะได้เพียง 10 นัดจาก 34 เกมใน พรีเมียร์ลีก พวกเขายังไม่สามารถชนะในลีกสองเกมติดต่อกันได้เลย และอันดับสูงสุดที่เคยทำได้ในฤดูกาลนี้คืออันดับที่ 9 สถิติที่ย่ำแย่นี้กำลังทำให้ความเชื่อมั่นของเหล่า เรดเดวิลส์ ลดลง ก่อนเข้าสู่ช่วงโปรแกรมการแข่งขันที่สโมสรมีผลงานเลวร้ายมาตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา
อโมริม ยืนยันว่าเขาไม่ได้รู้สึกถึงความไม่แน่นอนภายในศูนย์ฝึก แคร์ริงตัน และยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดจะเทียบกับความกดดันที่เขามอบให้นักเตะได้ และในบางแง่ เขาเองก็ไม่ต้องการให้ผู้บริหารพยายามสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย เพราะเขากลัวผลกระทบที่อาจมีต่อทีม
“มันไม่ใช่แค่สิ่งที่ผู้คนพูดถึง ผมรู้สึกได้ทุกวัน” เขากล่าว “เป็นเรื่องดีมากที่ได้ยินแบบนั้น เพราะมันช่วยให้แฟน ๆ ของเราเข้าใจว่าผู้นำรับรู้ว่ามันต้องใช้เวลา แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่ชอบมัน เพราะมันสร้างความรู้สึกว่าเรามีเวลาที่จะแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ผมไม่ต้องการความรู้สึกแบบนั้นในสโมสรของเรา”
“ความกดดันที่ผมมอบให้กับทีมหรือให้กับตัวเองมันยิ่งใหญ่กว่าความกดดันจากภายนอกมาก ในโลกฟุตบอล โดยเฉพาะสโมสรใหญ่ คุณต้องพิสูจน์ตัวเองทุกสัปดาห์”