ก้าวข้ามเส้นกีฬา! ‘เมสซี่’ นำทัพอินเตอร์ ไมอามี่ เยือนทำเนียบขาว ท่ามกลางวาทะการเมืองเดือดของ ‘ทรัมป์’

BK8 – ฉากทัศน์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก: ‘เมสซี่’ ในทำเนียบขาว กับวาทะการเมืองของ ‘ทรัมป์’

ในโลกของฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี่ ขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะที่ใช้เท้าสื่อสารแทนคำพูด และมักจะพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจถูกตีความไปในทางสนับสนุนทางการเมืองมาโดยตลอด แต่ภาพที่เกิดขึ้นในห้อง East Room ของทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กลับเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ท่ามกลางแท่นแถลงข่าวที่มีตราสัญลักษณ์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถ้วยแชมป์ MLS Cup ปี 2025 ลูกฟุตบอลสีชมพู และเสื้ออินเตอร์ ไมอามี่ หมายเลข 47 เสียงประกาศก็ดังก้องขึ้น: “สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ พร้อมด้วย ฮอร์เก้ มาส เจ้าของสโมสร และ ลิโอเนล เมสซี่”

การเยือนทำเนียบขาวเพื่อฉลองแชมป์ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของวงการกีฬาสหรัฐฯ แต่ในยุคที่ประเทศมีความแตกแยกสูง มันกลับกลายเป็นจุดล่อแหลมทางการเมือง นักกีฬาหลายคนเลือกที่จะปฏิเสธการเข้าร่วม แต่การที่เมสซี่เลือกที่จะยืนอยู่ตรงนั้น ย่อมถูกตีความไปในหลากหลายแง่มุม ไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

เมื่อฟุตบอลถูกกลืนหายไปในไฟสงคราม

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความรู้สึกเหนือจริง (Surreal) ทันทีที่เมสซี่ก้าวเข้ามายืนขนาบข้าง ทรัมป์ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการแสดงความยินดีกับแชมป์ฟุตบอล แต่เขากลับใช้เวลาหลายนาทีแรกไปกับการปราศรัยอัปเดตสถานการณ์สงครามในอิหร่าน

“กองทัพเรือของพวกเขาหายไปแล้ว เรือ 24 ลำในสามวัน นั่นถือว่าเยอะมาก” ทรัมป์กล่าว ในขณะที่เมสซี่ยืนก้มหน้ามองพื้น สลับกับกวาดสายตาไปรอบห้อง และมีเพียงรอยยิ้มเจื่อนๆ เมื่อทรัมป์ปล่อยมุกตลกร้ายเกี่ยวกับความสำเร็จทางทหารของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีใช้เวลาพูดถึงอิหร่าน คิวบา และเวเนซุเอลา นานกว่า 8 นาที ก่อนจะวกกลับมาเข้าเรื่องอินเตอร์ ไมอามี่

“เอาล่ะ มาถึงเหตุผลที่เรามาอยู่ที่นี่กันดีกว่า และมันเป็นเหตุผลที่สวยงาม เพราะเรากำลังยกย่องคนที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง… ยินดีต้อนรับสู่ทำเนียบขาว ลิโอเนล เมสซี่”

จากอดีตคู่ปรับ สู่คำถามโลกแตก

ก่อนหน้านี้ เมสซี่เคยพลาดการเข้ารับเหรียญอิสรภาพแห่งประธานาธิบดีจาก โจ ไบเดน เมื่อเดือนมกราคม 2025 เนื่องจากตารางงานไม่ตรงกัน การมาเยือนครั้งนี้ทำให้ทรัมป์ได้ต้อนรับทั้งเมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (ที่เพิ่งมาเยือนเมื่อเดือนพฤศจิกายน) ครบทั้งสองยอดแข้งแห่งยุค

ทรัมป์สร้างสีสันด้วยการเล่าถึงความหลังเมื่อครั้งได้ดู เปเล่ ลงเล่นในนิวยอร์ก ก่อนจะหันไปถามลูกทีมไมอามี่ว่า “ใครเก่งกว่ากัน? เขากับเปเล่?” ซึ่งนักเตะต่างประสานเสียงชี้ไปที่เมสซี่ ทรัมป์จึงตอบกลับไปว่า “ผมเห็นด้วยนะ”

นอกจากนี้ เขายังชื่นชมผลงานของ หลุยส์ ซัวเรซ, การทำประตูของ โรดริโก้ เด ปอล และดาวรุ่งอย่าง ทาเดโอ อัลเลนเด้ พร้อมทั้งหยอกล้อว่าทีมนี้มีแต่นักเตะหน้าตาดีมากเกินไป

ของขวัญและราคาที่ต้องจ่าย

ช่วงท้ายของงาน ฮอร์เก้ มาส และ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ กุนซือของทีม ได้มอบเสื้อหมายเลข 47 ลูกฟุตบอล และนาฬิกาสลักชื่อให้เป็นของขวัญ โดยเมสซี่เป็นผู้ส่งมอบลูกฟุตบอลพร้อมรอยยิ้ม

ในมุมของสโมสร อินเตอร์ ไมอามี่ ได้เฉลิมฉลองแชมป์ของพวกเขาบนเวทีระดับโลกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ในมุมของเมสซี่ ภาพที่เขายืนยิ้มอยู่ด้านหลังทรัมป์ อาจสร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลบางกลุ่มที่มองว่าเขาถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

ไม่ว่าความจริงในใจของยอดแข้งชาวอาร์เจนไตน์จะเป็นเช่นไร แต่นี่คืองานฉลองแชมป์ที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่โลกของกีฬากับการเมือง หลอมรวมกันอย่างแยกไม่ออกอย่างแท้จริง