BK8 – รอยร้าวลูกหนังโลก: ดราม่าตั๋วรถไฟมหาโหด เมื่อ ‘นิวเจอร์ซีย์’ เปิดศึกหักเหลี่ยม ‘FIFA’
ในโลกของฟุตบอล ความหลงใหลของแฟนบอลคือพลังที่บริสุทธิ์ที่สุด แต่นอกสนามหญ้า… มันคือโลกของธุรกิจและตัวเลขที่ไร้ความปรานี
ศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพร่วม กำลังเผชิญกับคลื่นพายุลูกใหญ่ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเขี่ยบอล เมื่อเกิดข้อพิพาทเดือดระหว่างเมืองเจ้าภาพอย่างรัฐนิวเจอร์ซีย์ และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ประเด็นสำคัญอยู่ที่ “ค่าโดยสารรถไฟ” ที่ถูกตั้งราคาไว้สูงลิ่วจนน่าตกใจ
ตั๋วรถไฟสุดโหด กับภาระที่รัฐปฏิเสธจะแบกรับ
แฟนบอลที่เตรียมตัวเดินทางจากสถานีเพนน์สเตชันในแมนฮัตตัน มุ่งหน้าสู่ นิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม (ชื่อเดิมคือ เมตไลฟ์ สเตเดียม ซึ่งถูกเปลี่ยนชื่อตามกฎของฟีฟ่า) เพื่อชมการแข่งขันซึ่งรวมถึงนัดชิงชนะเลิศ อาจต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าตั๋วรถไฟสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,500 บาท) สำหรับการเดินทางเพียง 30 นาที
ราคาดังกล่าวถือเป็นการพุ่งพรวดขึ้นถึง 7 เท่า จากราคาปกติที่ 12.90 ดอลลาร์ (ราว 450 บาท) และที่สำคัญคือจะไม่มีราคาพิเศษสำหรับเด็กหรือผู้สูงอายุ ทุกคนต้องจ่ายราคาเต็มเท่ากันหมด
มิคกี้ เชอร์ริลล์ ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้ออกมาชี้แจงพร้อมฟาดฟันองค์กรลูกหนังโลกอย่างดุเดือดผ่านโซเชียลมีเดีย:
“เราได้รับมรดกข้อตกลงที่ระบุว่า ฟีฟ่า จะสนับสนุนเงินค่าขนส่งสำหรับฟุตบอลโลกที่ 0 ดอลลาร์ ในขณะที่การรถไฟนิวเจอร์ซีย์ต้องแบกรับบิลค่าใช้จ่ายถึง 48 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,700 ล้านบาท) เพื่อดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของแฟนบอล แต่ฟีฟ่ากลับทำรายได้ไปถึง 11,000 ล้านดอลลาร์”
“ฉันจะไม่ยอมทิ้งภาระหนี้ก้อนนี้ให้คนนิวเจอร์ซีย์ต้องมาตามล้างตามเช็ดไปอีกหลายปี ฟีฟ่าควรเป็นคนจ่ายค่าเดินทางนี้ แต่ถ้าพวกเขาไม่จ่าย ฉันก็จะไม่ยอมให้นิวเจอร์ซีย์ถูกเอาเปรียบเด็ดขาด”
ความเดือดดาลของเชอร์ริลล์ยังไม่จบแค่นั้น เธอยังชี้ให้เห็นถึงราคาตั๋ววีไอพีและค่าจอดรถที่พุ่งสูงปรี๊ด ซึ่งสวนทางกับภาระที่เมืองเจ้าภาพต้องแบกรับ
คำโต้แย้งจาก FIFA: “ข้อตกลงมันเปลี่ยนไปแล้ว”
แน่นอนว่า FIFA ไม่ปล่อยให้ถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว โฆษกขององค์กรได้ออกมาตอบโต้ โดยอ้างอิงถึงข้อตกลงที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
ตามรายงานระบุว่า ข้อตกลงเมืองเจ้าภาพที่เซ็นกันในปี 2018 ระบุว่าต้องมีการจัดเตรียม “บริการขนส่งฟรี” ให้แฟนบอล แต่เมื่อตระหนักถึงภาระทางการเงินที่หนักหน่วงของเมืองเจ้าภาพ ในปี 2023 ฟีฟ่าจึงได้แก้ไขข้อตกลงใหม่เป็น: “ผู้ถือตั๋วเข้าชมและบุคคลที่ได้รับการรับรอง จะสามารถเข้าถึงบริการขนส่งได้ใน ‘ราคาต้นทุน’ เพื่อเดินทางไปยังสนามในวันแข่งขัน”
นอกจากนี้ ฟีฟ่ายังเน้นย้ำว่า พวกเขาไม่เคยเห็นอีเวนต์ระดับโลกงานไหน ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอื่นหรือคอนเสิร์ตใหญ่ ที่ผู้จัดงานต้องมาคอยจ่ายค่าเดินทางให้กับแฟนบอลเลย
ภาพสะท้อนเบื้องหลังเกมลูกหนัง
นี่ไม่ใช่ข้อพิพาทแรกที่เกิดขึ้นในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ที่ ฟ็อกซ์โบโร รัฐแมสซาชูเซตส์ ผู้นำท้องถิ่นก็เคยปฏิเสธที่จะออกใบอนุญาตจัดงานให้กับสนามยิลเลตต์ สเตเดียม จนกว่าจะมีการเคลียร์บิลค่ารักษาความปลอดภัยมูลค่า 6 ล้านปอนด์ให้ลงตัว
ฟุตบอลคือกีฬาที่สวยงาม มันเชื่อมโยงผู้คนเข้าไว้ด้วยกันด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่บริสุทธิ์ แต่ภายใต้ฉากหลังที่งดงามนั้น การจัดการมหกรรมกีฬาระดับโลกยังคงเต็มไปด้วยการเจรจา การต่อรอง และผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ท้ายที่สุดแล้ว หากทั้งสองฝ่ายยังหาจุดกึ่งกลางไม่ได้ ผู้ที่ต้องรับกรรมและจ่ายราคาแพงที่สุดให้กับความขัดแย้งนี้… คงหนีไม่พ้น “แฟนบอล” ตาดำๆ ที่เพียงแค่อยากเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลโลกสักครั้งในชีวิตนั่นเอง