ทำความรู้จัก ‘ติอาโก้ ปิตาร์ช’ เพชรเม็ดงามวัย 18 ปี ผู้กู้วิกฤตแดนกลาง เรอัล มาดริด

BK8ใครคือ ‘ติอาโก้ ปิตาร์ช’? เจาะลึกดาวรุ่งวัย 18 ปี ผู้เข้ามาเปลี่ยนอารมณ์และกู้วิกฤต ‘เรอัล มาดริด’

ในฤดูกาลที่ เรอัล มาดริด ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งการบอกลาตำนานอย่าง โทนี่ โครส และ ลูก้า โมดริช รวมถึงวิกฤตนักเตะบาดเจ็บที่ถาโถมเข้าใส่ แฟนบอลต่างเรียกร้องหามิดฟิลด์คนใหม่ที่จะเข้ามาสร้างสมดุลให้ทีม แต่ใครจะเชื่อว่า คำตอบนั้นซ่อนตัวอยู่ใน “ลา ฟาบริก้า” (La Fabrica) อะคาเดมี่ของพวกเขานี่เอง

และชื่อของชายผู้กำลังจุดประกายความหวังใหม่ในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ก็คือ ติอาโก้ ปิตาร์ช (Thiago Pitarch) แม้ในวัย 18 ปี เขาจะยังไม่มีแผนไปสอบใบขับขี่ และยังต้องให้คุณพ่อมารับหลังจบเกม แต่ผลงานในสนามของเขากลับเติบโตเกินวัย จนสื่อสเปนเริ่มเปรียบเปรยยุคสมัยนี้ว่า “Quinta de Pitarch” (ยุคของปิตาร์ช) ซึ่งล้อไปกับตำนาน “Quinta del Buitre” ในยุค 80s

The Athletic ได้เจาะลึกเบื้องหลังความยอดเยี่ยมของเพชรเม็ดงามรายนี้ ที่คุณควรทำความรู้จัก

เส้นทางสู่ราชัน และคุณพ่อผู้ผลักดัน

ปิตาร์ช เป็นเด็กหนุ่มที่ผ่านการปลุกปั้นจากหลายอะคาเดมี่ในเมืองหลวง ทั้ง เคตาเฟ่, แอตเลติโก มาดริด และ เลกาเนส ก่อนที่ เรอัล มาดริด จะดึงตัวเขามาร่วมทีมในปี 2023

ในช่วงสองฤดูกาลแรก ปิตาร์ชยังต้องดิ้นรนเพื่อหาตำแหน่งที่ลงตัวและฟอร์มที่สม่ำเสมอ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดกับดาวรุ่งคนอื่นๆ จนเกิดความสงสัยว่าเขาอาจจะขยับขึ้นมาเล่นในระดับนี้เร็วเกินไปหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่คงที่เสมอคือ “ฮาเวียร์” คุณพ่อของเขา ที่คอยผลักดันและเชื่อมั่นเสมอว่าลูกชายจะก้าวขึ้นเป็นนักเตะอาชีพได้

อาร์เบลัว: ผู้ค้นพบ ‘สวิตช์’ ความเก่งกาจ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ อัลบาโร่ อาร์เบลัว (อดีตกุนซือทีมชุด U-19 ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่แทน ชาบี อลอนโซ่) มองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของปิตาร์ช อาร์เบลัวตัดสินใจจับปิตาร์ช (ผู้มีส่วนสูงเพียง 175 ซม.) ลงมาเล่นในตำแหน่งที่ต่ำลง เพื่อเป็นตัวคุมจังหวะและสร้างเกมจากแดนหลัง

“จุดแข็งที่สุดของเขาคือบุคลิกที่โดดเด่น เขาต้องการบอลเสมอ” อาร์เบลัวกล่าวหลังให้ปิตาร์ชประเดิมสนามในแชมเปี้ยนส์ ลีก พบเบนฟิก้า “เขาคือนักเตะที่ไม่รู้สึกกดดันเมื่อโดนบีบเข้าใส่ ถ้ามันเป็นนัดชิงชนะเลิศ เขาก็จะเล่นแบบนี้แหละ”

ด้วยปัญหาบาดเจ็บของ จู๊ด เบลลิงแฮม และ ดานี่ เซบายอส การวิ่งพล่านแบบไม่มีหมดหลอดของปิตาร์ช ได้เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ทีมกำลังขาดหายไป “เขาไม่เคยหยุดวิ่ง เขาทุ่มเทมาก และส่งผ่านพลังงานนั้นไปยังเพื่อนร่วมทีมทุกคน” แหล่งข่าวในทีมชุดใหญ่ระบุ

ขวัญใจคนใหม่ของเบร์นาเบว

อาร์เบลัว เริ่มต้นการคุมทีมชุดใหญ่ได้อย่างยากลำบาก (ตกรอบโกปา เดล เรย์ และแพ้รวดในลีก 2 นัด) แต่จังหวะที่แฟนบอลเบร์นาเบวแสดงความไม่พอใจใส่เขามากที่สุด กลับเป็นตอนที่เขาตัดสินใจ “เปลี่ยนตัวปิตาร์ชออก” ในนาทีที่ 55 นัดที่พ่ายเคตาเฟ่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแฟนบอลหลงรักฟอร์มการเล่นของดาวรุ่งรายนี้ไปแล้ว

นับตั้งแต่นั้น อาร์เบลัวก็ดันเด็กปั้นอย่าง ปิตาร์ช, มานูเอล อังเคล, เซซาร์ ปาลาซิออส และ ดิเอโก้ อกัวโด้ ขึ้นมาเล่นอย่างเต็มตัว พวกเขานำสปิริตของฟุตบอลข้างถนน (Street Football) กลับมาสู่ทีม และนั่นทำให้ผลงานของทีมกลับมากระเตื้องขึ้น ชนะทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ แอตฯ มาดริด ในรังเหย้าของตัวเอง

อนาคตที่สดใส: เลือกสเปน เมินโมร็อกโก

ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรง ปิตาร์ชตกเป็นเป้าหมายของทั้ง สมาคมฟุตบอลสเปน และ สหพันธ์ฟุตบอลโมร็อกโก (ที่พยายามทาบทามมาตลอด 18 เดือน) แต่เจ้าตัวแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ต้องการรับใช้ ทีมชาติสเปน ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของเขาและครอบครัว ปัจจุบันเขาถูกเรียกติดทีมชุด U-19 และพร้อมจะก้าวขึ้นสู่ชุด U-21 หรือชุดใหญ่ในอนาคตอันใกล้

ในส่วนของสโมสร อนาคตของเขาถูกการันตีด้วยสัญญาฉบับใหม่ที่เซ็นยาวไปจนถึงปี 2030 พร้อมค่าฉีกสัญญาที่สูงถึง 150 ล้านยูโร (ประมาณ 5,800 ล้านบาท) แม้ปัจจุบันเขาจะรับค่าเหนื่อยฐานเพียงเดือนละ 120,000 ยูโร แต่คาดว่าตัวเลขนี้จะถูกปรับปรุงให้สมน้ำสมเนื้อในเร็ววันอย่างแน่นอน

จดจำชื่อนี้ไว้ให้ดี… “ติอาโก้ ปิตาร์ช” เพราะเขาคืออนาคตของเรอัล มาดริด และวงการลูกหนังโลก!