ปรัชญาเหนือแท็คติก! เจาะลึก ‘เปแอสเช’ สอนบอล ‘ลิเวอร์พูล’ 2-0 ตอกย้ำฟุตบอลเกมรุกสยบสไตล์เน้นผล

BK8ฟุตบอลเพื่อความสวยงามยังไม่ตาย! ‘เปแอสเช’ โชว์คลาสสอนบอล ‘ลิเวอร์พูล’ สยบแท็คติกเน้นผลของพรีเมียร์ลีก

เสียงโห่ดังระงมขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ โจ โกเมซ ยืนอยู่ริมเส้นข้างสนามของ ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ เขาใช้ผ้าเช็ดลูกฟุตบอลอย่างใจเย็นก่อนจะทุ่มลูก แม้กองหลังลิเวอร์พูลจะดูอึดอัด แต่เขาก็ยังคงเช็ดต่อไป จนกระทั่งเสียงโห่ดังถึงขีดสุดและผู้ตัดสินต้องเข้ามาเร่ง เขาจึงทุ่มบอลยาวเข้าไปในกรอบเขตโทษ แม้จะไม่ได้สร้างความอันตรายใดๆ แต่มันก็สร้างความรำคาญใจให้กับแฟนบอลเจ้าถิ่นได้สำเร็จ

เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพรวมของฟุตบอลยุคใหม่ที่เต็มไปด้วย “ความยืดหยุ่นเชิงแท็คติกเพื่อเน้นผลลัพธ์” (Pragmatism) ทั้งการทุ่มไกล, การตั้งรับลึก (Low block) หรือการเปลี่ยนลูกเตะมุมให้เป็นสนามมวยปล้ำ… ฟุตบอลที่สวยงามกำลังถูกตีความใหม่โดยนักวิเคราะห์ข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญด้านลูกตั้งเตะ

แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีใครส่งข่าวนี้ไปถึง หลุยส์ เอ็นริเก้ และลูกทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ของเขา

ปรัชญาฟุตบอลที่สวนกระแส

ในขณะที่ทีมอื่นๆ (โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก) ยอมสังเวยความไหลลื่นของเกมเพื่อแลกกับผลลัพธ์ แต่กุนซือชาวสเปนของแชมป์ลีกฝรั่งเศสและแชมป์ยุโรปทีมนี้ กลับยืนหยัดในปรัชญาของตนเอง นั่นคือฟุตบอลที่สร้างสรรค์ ลื่นไหล เน้นการครองบอล และเล่นด้วยความเร็วและความมีชีวิตชีวา

เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา คือมาสเตอร์พีซอีกชิ้นของ PSG พวกเขาเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไป 2-0 แต่รูปเกมกลับดูขาดลอยกว่าสกอร์ที่เห็นมาก

เราได้เห็น วิตินญ่า คุมจังหวะเกมด้วยความสง่างามและแม่นยำ, อัชราฟ ฮาคิมี่ และ นูโน่ เมนเดส เติมเกมรุกอย่างบ้าคลั่งจากตำแหน่งฟูลแบ็ก และการร่ายมนตร์ของ เดซิเร่ ดูเอ้ กับ ควิชา ควารัตสเคเลีย ที่ปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งด้วยรอยยิ้ม

ประตูสุดคลาสสิกจากการต่อบอล 27 จังหวะ

จุดพีกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 65 เมื่อ PSG ต่อบอลกันถึง 27 จังหวะ ก่อนที่ เชา เนเวส จะแทงบอลทะลุแนวรับ 5 คนของลิเวอร์พูลให้ ควารัตสเคเลีย หลุดเข้าไปล็อกหลบ จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ เพื่อนร่วมชาติจอร์เจีย เข้าไปยิงประตูที่สองอย่างเหนือชั้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ ประตูดังกล่าวเริ่มต้นจาก “ลูกทุ่ม” เช่นกัน แต่แทนที่จะทุ่มยาวสาดเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ ฮาคิมี่ เลือกทุ่มสั้นให้ วอร์เรน ซาอีร์-เอเมรี่ เพื่อรักษาการครอบครองบอลและค่อยๆ สร้างเกมบุกขึ้นมา นี่คือความแตกต่างระหว่างทีมที่ดีที่สุดกับทีมทั่วไป

“ผมวิเคราะห์ทีมอื่นไม่ได้หรอก แต่ละทีมก็มีแนวทางของตัวเอง” หลุยส์ เอ็นริเก้ ตอบคำถามของ The Athletic เรื่องสไตล์การเล่น “ลิเวอร์พูลคือหนึ่งในทีมที่เล่นฟุตบอลได้ดี แต่พวกเขาอาจจะเน้นลูกตั้งเตะมากกว่า ซึ่งนั่นไม่ใช่สไตล์ของเรา เราพยายามเล่นฟุตบอลที่สวยงาม สร้างความบันเทิงให้แฟนๆ เล่นเกมรุก และสร้างความเหนือกว่าในทุกพื้นที่ของสนาม นี่คืออุดมคติของเรา”

ความแตกต่างที่ลิเวอร์พูลต้องยอมจำนน

วิตินญ่า คือหัวใจสำคัญของทีม เขาจ่ายบอลสำเร็จถึง 133 ครั้ง ซึ่งมากกว่าสองในสามของจำนวนการจ่ายบอลของนักเตะลิเวอร์พูลทั้งหมดรวมกัน (190 ครั้ง)

อาร์เน่ สล็อต กุนซือลิเวอร์พูล ยอมรับหลังเกมว่า PSG มี “อาวุธมากมาย” และ “มีความเร็วจากทุกทิศทาง” เขายกย่องสปีดของ ฮาคิมี่ และ เมนเดส ว่า “มันไม่ใช่แค่การวิ่ง แต่มันคือระดับที่เหนือกว่าการสปรินต์”

แม้สล็อตจะเคยบอกว่าตัวเขาชื่นชอบฟุตบอลสไตล์บาร์เซโลน่ายุคเป๊ปและเอ็นริเก้ แต่ในเกมนี้ ด้วยสถานการณ์และความกดดัน เขาถูกบีบให้ต้องงัดแท็คติกที่เขาเคยแสดงความไม่พอใจในพรีเมียร์ลีกออกมาใช้เสียเอง ทั้งการถ่วงเวลา, การทุ่มไกลของโกเมซ และการถอยไปเล่นหลัง 3 เพื่อ “เอาตัวรอด”

“คุณเคยเห็นทีมไหนมาเล่นที่ปารีสแล้วไม่ปล่อยให้ PSG ครองบอลและสร้างโอกาสนับไม่ถ้วนได้บ้างไหม?” สล็อตตั้งคำถามหลังเกม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกไร้ทางสู้ของลิเวอร์พูลในวันนั้น

มากกว่าแค่ความได้เปรียบในลีก

แม้หลายคนจะค่อนขอดว่า PSG ได้เปรียบเพราะลีกเอิงมีความเข้มข้นน้อยกว่าพรีเมียร์ลีก (ล่าสุดพวกเขาเพิ่งขอเลื่อนเกมลีกสุดสัปดาห์นี้ออกไปเพื่อพักฟื้นก่อนไปเยือนแอนฟิลด์) แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คุณภาพทางเทคนิคของนักเตะอย่าง ฮาคิมี่, เมนเดส, วิตินญ่า, เชา เนเวส และ ควารัตสเคเลีย ภายใต้การนำของเอ็นริเก้ นั้นอยู่ในระดับที่เหนือกว่าทีมจากเกาะอังกฤษไปแล้วในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

แม้จะยังไม่การันตีว่าพวกเขาจะป้องกันแชมป์ยุโรปได้สำเร็จ (เพราะลิเวอร์พูลเตรียมเปิดรังแอนฟิลด์สู้ตายในสัปดาห์หน้า และยังมี บาเยิร์น มิวนิค รออยู่ในรอบรองฯ) แต่ผลงานและวิธีการเล่นของ PSG ในตอนนี้ ถือเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า “ฟุตบอลที่สวยงามและไหลลื่น” ยังคงสามารถเอาชนะ “ฟุตบอลที่เน้นผลการแข่งขันแบบหยุดๆ เดินๆ” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ