BK8 – ถึงเวลาต้องบอกลา? ผ่ารอยร้าว ‘การ์บาฆาล-อาร์เบลัว’ และอนาคตที่สั่นคลอนของกัปตันมาดริด
ดานี่ การ์บาฆาล คือหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จและมีประสบการณ์มากที่สุดของทั้ง เรอัล มาดริด และทีมชาติสเปน แต่ตอนนี้ โลกฟุตบอลกำลังตั้งคำถามว่า เรากำลังเห็น “จุดเริ่มต้นของจุดจบ” สำหรับเขาในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว แล้วหรือยัง?
แบ็กขวาวัย 34 ปี ต้องเข้าๆ ออกๆ จากตำแหน่งตัวจริงในฤดูกาลนี้ แม้ในยามที่เขาไม่ได้บาดเจ็บก็ตาม การย้ายเข้ามาของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จากลิเวอร์พูลเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณของการผลัดใบอย่างชัดเจน และล่าสุด บทสัมภาษณ์ของกุนซือ อัลบาโร่ อาร์เบลัว ยิ่งเติมเชื้อไฟให้กับข่าวลือเรื่องอนาคตของกัปตันทีมรายนี้ ที่สัญญาจะหมดลงในซัมเมอร์
The Athletic ได้เจาะลึกข้อมูลจากแหล่งข่าววงใน เพื่ออธิบายสถานการณ์รอบตัวนักเตะที่อยู่รับใช้สโมสรแห่งนี้มานานถึง 23 ปี (นับตั้งแต่เข้าอะคาเดมีวัย 10 ขวบในปี 2002)
บทสัมภาษณ์ที่จุดประเด็นร้อน
เรื่องราวปะทุขึ้นเมื่อ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้สตาร์ตเป็นตัวจริงแทนการ์บาฆาลในเกมที่ชนะ อลาเบส 2-1 หลังเกม อาร์เบลัวถูกนักข่าวถามว่า เขาจะช่วยให้การ์บาฆาล (ซึ่งหลุดโผทีมชาติชุดล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม) ได้ลงสนามเพื่อเรียกฟอร์มติดทีมชาติสเปนไปลุยศึกฟุตบอลโลกซัมเมอร์นี้หรือไม่
คำตอบของอาร์เบลัวคือ: “ผมมีนักเตะ 23 คน นักเตะเรอัล มาดริดทุกคนมีโอกาสไปฟุตบอลโลก และถ้าคุณจะอนุญาต… ผมขอคิดถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ ‘ทีมของผม’ ก่อน”
คำตอบนี้ทำให้สื่อสเปนวิจารณ์อย่างหนักว่า อาร์เบลัวขาดความเคารพต่อตำนานสโมสรอย่างการ์บาฆาล ผู้ซึ่งลงเล่นไปแล้ว 447 นัดตลอด 13 ฤดูกาล (และเป็นเด็กอะคาเดมีที่เป็นคนวางศิลาฤกษ์สนามซ้อมของทีมร่วมกับ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ด้วยซ้ำ)
ก่อนเกมกับ เรอัล เบติส อาร์เบลัวต้องออกมาชี้แจงอีกครั้งว่า “คำตอบของผมวันก่อนมันค่อนข้างตรงไปตรงมา เพราะผมรู้สึกว่าคำถามมันไม่เข้าท่า มันไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ดานี่เป็นการส่วนตัว… เขาสำคัญกับเรามากทั้งในและนอกสนาม เขาคือตำนานของเรอัล มาดริด และผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาเสมอมา”
รอยร้าวที่มีอยู่จริง?
แหล่งข่าวระบุว่า ความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่มีอยู่จริง และเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่การ์บาฆาลหายจากอาการบาดเจ็บเข่า
หลังจากการผ่าตัดเข่าในเดือนตุลาคม 2025 (ต่อเนื่องจาก ACL ขาดในปี 2024) การ์บาฆาลได้รับอนุญาตให้ลงเล่นในเดือนมกราคม แต่เขากลับต้องนั่งสำรองถึง 5 นัดติดในลีก แม้จะบินไปเช็กอัพที่ลอนดอนจนผลออกมาเป็นบวกแล้ว แต่ในเกมที่ 5 (พบ บาเลนเซีย) เขาก็ยังไม่ได้ลงสนาม โดยทีมเลือกใช้ดาวรุ่งอย่าง ดาบิด ฆิเมเนซ ก่อนจะเปลี่ยน เทรนต์ ลงมาแทน
หลังเกมนั้น มีภาพจับได้ว่าการ์บาฆาลมีปากเสียงกับ อันโตนิโอ ปินตุส โค้ชฟิตเนสอย่างหงุดหงิด แม้สื่อจะรายงานว่าเขากับอาร์เบลัวได้เปิดใจเคลียร์กันบน “โซฟาสีเทา” (โซฟาในห้องทำงานโค้ช) แล้ว แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้น เขาได้ลงเล่นเพียง 30 นาทีในเกมนัดถัดมา
ที่น่าสนใจคือ ในอดีต การ์บาฆาล เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของ อาร์เบลัว และเป็นคนที่แย่งตำแหน่งตัวจริงไปจากอาร์เบลัว จนทำให้อาร์เบลัวต้องย้ายไปเวสต์แฮมในบั้นปลายอาชีพ
มุมมองจากสองฝั่ง
- ฝั่งอาร์เบลัวและสตาฟฟ์: อาร์เบลัวมองว่า เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เหนือกว่าการ์บาฆาลในลำดับความสำคัญ และเขาต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ทีม แหล่งข่าวในสนามซ้อมเผยว่า การ์บาฆาลเริ่มมีปัญหาในการรับมือกับแนวรุกที่มีความเร็วอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ ระหว่างการซ้อม นอกจากนี้ สตาฟฟ์บางคนยังมองว่าการ์บาฆาลน่าจะวางตัวให้สมกับเป็นกัปตันทีมมากกว่านี้ในบางสถานการณ์
- ฝั่งการ์บาฆาล: คนใกล้ชิดระบุว่า การ์บาฆาลรู้สึกว่าคำพูดของอาร์เบลัวเป็นความผิดพลาดและแสดง “ธาตุแท้” ออกมา เขาหงุดหงิดเพราะรู้สึกว่าตัวเองฟิตพร้อมลงเล่นแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกผูกพันหรือลงรอยกับอาร์เบลัวมากนัก และเชื่อว่าหากสโมสรยังให้กุนซือรายนี้คุมทีมต่อ สถานการณ์ของเขาก็คงไม่ดีขึ้น
อนาคตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
ปัจจุบัน การ์บาฆาลยังคงรอให้สโมสรเรียกเข้าไปพูดคุยเรื่องอนาคต เขารู้สึกเสียดายหากต้องย้ายออกไปในสถานการณ์ที่ทีมอาจไร้ถ้วยแชมป์เป็นปีที่สองติดต่อกัน
หากต้องอำลาทีมไป การ์บาฆาลมีตัวเลือกในใจแล้ว โดยเขาไม่ต้องการย้ายไปทีมที่ต้องแข่งขันโดยตรงกับเรอัล มาดริด การย้ายไปค้าแข้งใน ซาอุดีอาระเบีย หรือประเทศในตะวันออกกลาง ดูจะดึงดูดใจเขามากกว่า เมเจอร์ลีกซ็อกเกอร์ (MLS) ของสหรัฐฯ
แต่ในระยะสั้น เป้าหมายเดียวของตำนานวัย 34 ปี คือการได้ลงสนาม เพื่อพิสูจน์ให้ทีมชาติสเปนเห็นว่า เขายังคู่ควรกับตั๋วเครื่องบินไปลุยศึกฟุตบอลโลกในช่วงซัมเมอร์นี้