“ผมเคยอยู่จุดที่ต่ำสุด” วาน-บิสซาก้า เปิดใจหมดเปลือก เผยความโดดเดี่ยวที่แมนยู และเหตุผลที่เชียร์ ‘คาร์ริก’ นั่งกุนซือถาวร

“ผมเหงาจนต้องนั่งรถไฟกลับบ้านทุกวัน” วาน-บิสซาก้า เปลือยใจถึงฝันร้ายที่แมนยู และการเริ่มต้นใหม่ที่มีความสุข – BK8thai

ณ ห้องฉายภาพยนตร์ส่วนตัวในอพาร์ตเมนต์ย่านคานารี วอร์ฟ (Canary Wharf) อารอน วาน-บิสซาก้า กำลังดื่มด่ำกับความสงบเงียบในวันหยุดพักผ่อน ภายใต้บุคลิกที่ถ่อมตัวและเยือกเย็นไม่ต่างจากสไตล์การเล่นของเขาในสนาม แบ็กขวาวัย 28 ปีของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้เปิดใจเล่าถึงการเดินทางของชีวิต ที่พาเขาจากเด็กหนุ่มในลอนดอน สู่ความกดดันมหาศาลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด และการได้กลับมาพบความสุขอีกครั้ง

ความเสียสละของครอบครัว และไอดอลในวัยเด็ก

แม้จะเติบโตมาเป็นกองหลังสายเสียบสกัดที่ดุดัน แต่ไอดอลคนแรกของเขาคือ เธียร์รี่ อองรี ตำนานกองหน้าอาร์เซน่อล ซึ่งเป็นทีมที่ครอบครัวของเขาตามเชียร์ แต่เส้นทางลูกหนังของเขาถูกหล่อหลอมด้วยความเสียสละของพ่อแม่ ที่ต้องทำงานรับจ้างทำความสะอาดเพื่อหาเงินมาซื้อรองเท้าสตั๊ดให้เขา และผู้เป็นพ่อที่ใช้ความเข้มงวดเป็นแรงผลักดัน

“พ่อมักจะวิจารณ์และบอกว่าผมควรทำอะไรให้ดีขึ้น เขาไม่เคยเอ่ยปากชมเลย” วาน-บิสซาก้า (ซึ่งปัจจุบันเลือกเล่นให้ทีมชาติ ดีอาร์ คองโก ตามสัญชาติของพ่อ) เล่าย้อนความหลัง “ตอนนั้นผมสับสนมาก แม้แต่ตอนที่ผมทำประตูได้ เขาก็ยังไม่พอใจ ผมเคยถามตัวเองว่า ‘หรือเรายังทำได้ไม่ดีพอ?’ แต่พอโตขึ้นผมถึงเข้าใจว่า เขาแค่ต้องการทดสอบผม เพื่อให้ผมกลายเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง”

จุดต่ำสุดของจิตใจในสีเสื้อ ‘ปีศาจแดง’

การย้ายจาก คริสตัล พาเลซ มาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ในปี 2019 คือก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพ แต่มันกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเขาเช่นกัน

“ตอนที่ย้ายไปยูไนเต็ด ผมคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัวและเพื่อนๆ มาก” เขาเปิดใจอย่างซื่อตรง “หลังซ้อมเสร็จ ผมมักจะนั่งรถไฟกลับลอนดอนแทบทุกวัน มันใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง แต่มันก็ทำให้ผมเหนื่อยล้าจนในที่สุดผมก็รู้ว่าต้องหยุดทำแบบนั้น”

“ผมไม่คุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงแบบข้ามคืน ผมต้องอยู่บ้านคนเดียว นั่งเล่นเพลย์สเตชันจนกว่าจะถึงเวลานอน ผมดิ้นรนอย่างหนัก… นั่นอาจจะเป็นจุดที่ผมรู้สึกต่ำต้อยและย่ำแย่ที่สุดแล้ว”

รอยร้าวกับ ‘เทน ฮาก’ และความไว้ใจที่มีต่อ ‘คาร์ริก’

แม้จะเริ่มต้นได้ดีกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่การมาถึงของกุนซือคนต่อๆ มากลับเป็นการทดสอบจิตใจอย่างหนัก โดยเฉพาะในยุคของ เอริก เทน ฮาก

“ตอนที่ เอริก เทน ฮาก เข้ามา เขาบอกผมทันทีว่าผมไม่อยู่ในแผนการทำทีมของเขา แต่พอผมพยายามจะย้ายออก เขากลับบอกว่าไม่อยากให้ผมไป ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ มันทำร้ายสภาพจิตใจผมมาก”

อย่างไรก็ตาม วาน-บิสซาก้า ยกย่อง ไมเคิล คาร์ริก กุนซือขัดตาทัพคนปัจจุบันของแมนยูอย่างมาก ว่าเป็นคนที่ให้ความชัดเจนและเรียบง่าย

“เขาเป็นคนที่คุณไว้ใจได้ และเขาจะไว้ใจคุณกลับหากคุณทุ่มเทให้เขา ตอนนี้ทีมกำลังอยู่ในจุดที่ดีเมื่อมีเขาอยู่ ผมคิดว่าเขาควรได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมแบบถาวร เขาคู่ควรกับมัน”

รอยยิ้มที่กลับมาอีกครั้งกับ ‘ขุนค้อน’

วันนี้ วาน-บิสซาก้า ได้กลับมาอยู่ที่ลอนดอนอีกครั้งกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แม้ทีมจะกำลังดิ้นรนหนีตกชั้น (รั้งโซนสีแดงโดยเหลืออีก 11 นัด) แต่ผลงานส่วนตัวของเขากลับยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัล ‘Hammer of the Year’ ไปครองเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

“มองย้อนกลับไปที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมรู้สึกขอบคุณนะ ประสบการณ์เหล่านั้นหล่อหลอมให้ผมเป็นผมในวันนี้ ทั้งในและนอกสนาม โดยเฉพาะเรื่องสภาพจิตใจ… แต่เมื่อพ้นจากเสียงวิจารณ์และความกดดันของสโมสรอย่างยูไนเต็ด การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมมันสร้างความแตกต่างได้มหาศาล ตอนนี้ผมมีความสุขมาก คุณคงเห็นได้จากรอยยิ้มบนใบหน้าของผมในทุกๆ วัน ผมกำลังเล่นฟุตบอลด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง”