BK8 – 14 เดือนแห่งความหวัง พังทลายลงด้วยคำว่า “แยกทาง”… แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศปลด รูเบน อโมริม พ้นตำแหน่งกุนซืออย่างเป็นทางการ หลังเกมเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุ พร้อมตั้ง “ดาร์เรน เฟลตเชอร์” คุมทัพชั่วคราวจนจบฤดูกาล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจยุติบทบาทของ รูเบน อโมริม กุนซือชาวโปรตุกีส หลังความสัมพันธ์ระหว่างเขากับบอร์ดบริหาร (นำโดย เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์, โอมาร์ เบอร์ราด้า และ เจสัน วิลค็อกซ์) แตกหักอย่างรุนแรง
ฟางเส้นสุดท้าย: ปากคำหลังเกมที่เอลแลนด์ โร้ด หลังเกมเสมอ ลีดส์ 1-1 อโมริม ให้สัมภาษณ์ท้าทายบอร์ดบริหารอย่างเปิดเผย โดยย้ำว่าเขาคือ “ผู้จัดการทีม” (Manager) ไม่ใช่แค่ “เฮดโค้ช” และเรียกร้องอำนาจในการตัดสินใจ “มันจะเป็นแบบนี้ไปอีก 18 เดือน หรือจนกว่าบอร์ดจะตัดสินใจเปลี่ยน… ผมต้องการจบแบบนี้ ผมจะไม่ลาออก ผมจะทำงานจนกว่าจะมีคนอื่นมาแทน”
ปมขัดแย้ง 3-4-3 และตลาดนักเตะ อโมริม ยึดมั่นในระบบ 3-4-3 อย่างเคร่งครัด แม้บอร์ดบริหารและอดีตผอ.กีฬา แดน แอชเวิร์ธ จะเคยเตือนว่าไม่เหมาะกับพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ ความล้มเหลวในการคว้าตัว อองตวน เซเมนโย่ ในตลาดมกราคม และความไม่พอใจที่บอร์ดเริ่มเข้ามาก้าวก่ายเรื่องการจัดตัวและแผนการเล่น ทำให้สถานการณ์ถึงจุดแตกหัก แม้จะทุ่มเงินกว่า 200 ล้านปอนด์คว้าตัว เซสโก้, เอ็มเบวโม่ และ คุนญ่า มาเสริมทัพ แต่ผลงานกลับลุ่มๆ ดอนๆ อยู่อันดับ 6 ของตาราง
สถิติเลวร้ายที่ยากจะลืม
-
ฤดูกาลก่อน (2024-25) พาผีจบอันดับ 15 (ต่ำสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก)
-
ตกรอบบอลถ้วยทุกรายการ และไม่ได้ไปบอลยุโรป
-
ฤดูกาลนี้ออกสตาร์ทแย่สุดตั้งแต่ปี 1992
ตั้ง “เฟลตเชอร์” กู้วิกฤต สโมสรแต่งตั้ง ดาร์เรน เฟลตเชอร์ (โค้ช U18) เข้ามารับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพ โดยภารกิจแรกคือการพาทีมบุกเยือน เบิร์นลีย์ ในคืนวันพุธนี้