BK8 – โดมิโนตัวแรก: ‘อิราโอล่า’ ลาบอร์นมัธ สู่ซัมเมอร์แห่งการผลัดใบกุนซือพรีเมียร์ลีก
ในโลกของฟุตบอล ความเปลี่ยนแปลงคือสัจธรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ช่วงซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึงนี้ พรีเมียร์ลีกอังกฤษอาจต้องเผชิญกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมที่รุนแรงและรวดเร็วที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
การตัดสินใจเตรียมอำลาตำแหน่งของ อันโดนี่ อิราโอล่า เฮดโค้ชวัย 43 ปีของ บอร์นมัธ ท่ามกลางกระแสข่าวเชื่อมโยงอย่างหนักในการกลับไปคุม แอธเลติก บิลเบา (สโมสรที่เขาเคยลงเล่นกว่า 400 นัด) ไม่ได้เป็นเพียงความสูญเสียครั้งใหญ่ของทัพ “เดอะ เชอร์รี่ส์” เท่านั้น แต่มันคือตัวเร่งปฏิกิริยาให้ “เก้าอี้ดนตรี” ของกุนซือพรีเมียร์ลีกหมุนเร็วยิ่งขึ้น
ความวุ่นวายที่รออยู่เบื้องหน้า
หากเรามองย้อนกลับไป สถิติการเปลี่ยนตัวกุนซือในช่วงซัมเมอร์ (เทียบจากนัดปิดฤดูกาลสู่นัดเปิดฤดูกาลใหม่) ที่สูงที่สุดคือ 7 ทีมในปี 2015-16 และ 2016-17 ขณะที่ฤดูกาลก่อนมีกุนซือ “หน้าใหม่” ในสัปดาห์เปิดฤดูกาลเพียง 2 คนเท่านั้น แต่ซัมเมอร์นี้ ภาพรวมจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
- คริสตัล พาเลซ: พวกเขากำลังมองหาตัวแทนของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ที่จะอำลาทีมหลังจบฤดูกาล แม้ อิราโอล่า จะเคยอยู่ในเรดาร์ แต่หากเขาเลือกกลับสเปน เป้าหมายของพาเลซอาจพุ่งไปที่ โธมัส แฟรงค์ (ที่เพิ่งแยกทางกับสเปอร์ส) หรือแม้แต่ ฌอน ไดช์ * แมนฯ ซิตี้: อนาคตของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถาม แม้จะเหลือสัญญาอีก 1 ปีและกำลังพาทีมลุ้น “ทริปเปิลแชมป์ในประเทศ” (คว้าคาราบาวคัพไปแล้ว, จ่อแซงอาร์เซน่อลในลีก และเข้าตัดเชือกเอฟเอคัพ) แต่ความชัดเจนน่าจะเกิดขึ้นหลังจบฤดูกาลนี้
รอยร้าวและความกดดันของเหล่าบิ๊กซิกซ์
สถานการณ์ในกลุ่มทีมยักษ์ใหญ่ก็เต็มไปด้วยความเปราะบางและแรงกดดันที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ:
ลิเวอร์พูล: แชมป์เก่า ท่ามกลางความสูญเสียและฟอร์มที่หายไป แม้ อาร์เน่ สล็อต จะพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาลแรกที่เข้ามารับไม้ต่อจาก เยอร์เก้น คล็อปป์ แต่การป้องกันแชมป์ปีนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค แม้จะทุ่มเงินกว่า 450 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ฟอร์มการเล่นของทีมกลับดร็อปลงอย่างน่าใจหาย การพ่ายแพ้ต่อ แมนฯ ซิตี้ 4-0 นำมาซึ่งเสียงวิจารณ์อย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม บอร์ดบริหารยังคงเข้าใจถึง “ปัจจัยแทรกซ้อน” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งวิกฤตอาการบาดเจ็บ, ฟอร์มที่ตกลงของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ โศกนาฏกรรมทางรถยนต์ที่พรากชีวิตของ ดิโอโก้ โชต้า ไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งสร้างบาดแผลลึกในจิตใจของทุกคนในทีม หากสล็อตพาทีมติดท็อปโฟร์ได้ เก้าอี้ของเขาก็ยังปลอดภัย แต่หากพลาด… การว่างงานของ ชาบี อลอนโซ่ (อดีตแข้งขวัญใจเดอะค็อปที่เคยพา เลเวอร์คูเซ่น คว้าแชมป์และเพิ่งผ่านงานกับ มาดริด) อาจเป็นตัวแปรสำคัญ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ทางแยกของ ‘คาร์ริค’ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ต้องตัดสินใจว่าจะมอบสัญญาถาวรให้กับ ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือขัดตาทัพที่พาทีมเกาะกลุ่มโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างน่าประทับใจหรือไม่ หรือจะรอดูสถานการณ์ของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ หลังจบฟุตบอลโลก
เชลซี: วิกฤตศรัทธาของ ‘โรซีเนียร์’ เลียม โรซีเนียร์ ก้าวเข้ามารับงานต่อจาก เอ็นโซ่ มาเรสก้า แต่งานนี้ดูเหมือนจะเป็น “การสอบใบขับขี่ด้วยรถเฟอร์รารี่” ที่หนักหนาเกินไปสำหรับกุนซือวัย 41 ปี วลีเด็ดที่ให้สัมภาษณ์ว่านักเตะยืนล้อมวงกรรมการเพื่อ “แสดงความเคารพต่อลูกบอล” กลายเป็นเรื่องตลกขบขัน ซ้ำร้ายทีมยังตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยน้ำมือเปแอสเช และแพ้รวดในลีกด้วยสกอร์ 3-0 ต่อเอฟเวอร์ตันและแมนฯ ซิตี้ หากบอร์ดบริหารไม่นิ่งพอ อนาคตของเขาก็สุ่มเสี่ยงสุดๆ
นิวคาสเซิ่ล: เอฟเฟกต์จากการขายสตาร์ เอ็ดดี้ ฮาว คือฮีโร่ที่พาทีมคว้าแชมป์คาราบาวคัพเมื่อปีก่อน (ยุติการรอคอย 70 ปี) แต่ผลกระทบจากการขาย อเล็กซานเดอร์ อิซัค ให้ลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ ส่งผลรุนแรงกว่าที่คิด การดึง นิค โวลเทเมด และ โยฮาน วิสซ่า เข้ามาทดแทนกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ทีมร่วงตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยน้ำมือบาร์เซโลน่า และพ่ายแพ้ในศึกดาร์บี้แมตช์ต่อ ซันเดอร์แลนด์ ทั้งไปและกลับ ทำให้อนาคตของเขาเริ่มถูกตั้งคำถาม แม้จะเคยสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซมาก็ตาม
ไม่ว่าบทสรุปของแต่ละสโมสรจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่การันตีได้คือ ตลาดผู้จัดการทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ จะเป็นช่วงเวลาที่ดุเดือด พลิกผัน และน่าติดตามที่สุดในรอบหลายปีอย่างแน่นอน