BK8 – ฉากทัศน์สุดท้ายในยุโรป: ‘กรีซมันน์’ เตรียมสวมเสื้อเบอร์ 7 ออร์แลนโด้ แต่ขอทิ้งทวนถ้วยแชมป์ให้ตราหมี
ในโลกฟุตบอลที่หมุนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การแยกทางมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่สำหรับนักเตะที่ผูกพันกับสโมสรอย่างลึกซึ้ง การกล่าวคำอำลาจำต้องถูกจัดเตรียมให้สมเกียรติที่สุด… นี่คือเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นกับ อองตวน กรีซมันน์ ชายผู้เป็นดั่งหัวใจและเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ แอตเลติโก มาดริด
ล่าสุด แหล่งข่าวหลายสายของ The Athletic ยืนยันตรงกันว่า กองหน้าดีกรีแชมป์โลกชาวฝรั่งเศส ได้รับอนุญาตจากสโมสรให้ใช้เวลาในช่วงวันหยุดพักผ่อน 2 วัน บินข้ามทวีปไปยังเมืองออร์แลนโด้ เพื่อจัดการรายละเอียดขั้นสุดท้ายในการย้ายไปร่วมทีม ออร์แลนโด้ ซิตี้ ในศึกเมเจอร์ลีก ซ็อกเกอร์ (MLS)
ความภักดีที่รั้งเขาไว้จนถึงซัมเมอร์
อันที่จริง ออร์แลนโด้ หวังจะคว้าตัวกรีซมันน์ไปร่วมทีมให้ทันก่อนตลาดซื้อขายรอบแรกของ MLS จะปิดตัวลงในเดือนนี้ แต่ด้วยสายใยที่ผูกพันกับทัพ “ตราหมี” อย่างเหนียวแน่น กรีซมันน์เลือกที่จะปฏิเสธการย้ายทีมกลางคัน
เขายังคงกระหายที่จะเติมเต็มตู้โชว์ของตัวเองด้วยแชมป์ โกปา เดล เรย์ (ที่มีคิวเตะนัดชิงชนะเลิศกับ เรอัล โซเซียดาด ต้นสังกัดเก่า ในวันที่ 18 เมษายน) รวมถึงการล่าฝันใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่ทีมต้องดวลกับบาร์เซโลน่าในรอบก่อนรองชนะเลิศ เขาต้องการทุ่มเทหยาดเหงื่อหยดสุดท้ายเพื่อสโมสรก่อนจะก้าวเดินจากไปอย่างเป็นทางการในช่วงซัมเมอร์
ความฝันอเมริกัน และเสื้อเบอร์ 7
ไม่ใช่ความลับเลยว่า กรีซมันน์ มีความหลงใหลในวัฒนธรรมและกีฬาอเมริกัน (โดยเฉพาะ NBA) และมักจะใช้เวลาพักผ่อนที่สหรัฐอเมริกาอยู่เสมอ การย้ายไปค้าแข้งใน MLS จึงเป็นเหมือนการทำให้ความฝันส่วนตัวกลายเป็นจริง
คาดว่าเขาจะจรดปากกาเซ็นสัญญายาวไปจนถึงฤดูกาล 2027-28 พร้อมออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปี และจะได้รับสวมเสื้อ หมายเลข 7 อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา การมาของเขาจะทำให้ MLS เต็มไปด้วยแสงสีมากยิ่งขึ้น โดยจะเข้าไปสมทบกับซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี่, ซน ฮึง-มิน, โธมัส มุลเลอร์, ฮาเมส โรดริเกซ รวมถึง อูโก้ โยริส อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศส
ผู้กอบกู้แห่งฟลอริดาตอนกลาง
สำหรับ ออร์แลนโด้ ซิตี้ การได้ตัวกรีซมันน์มาร่วมทีม ถือเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อย่างแท้จริง ปัจจุบันทีมกำลังตกอยู่ในวิกฤต รั้งอันดับ 13 ของสายตะวันออก ชนะเพียง 1 จาก 5 นัดแรก จนต้องแยกทางกับ ออสการ์ ปาเรฮา กุนซือที่คุมทีมมายาวนาน แถมเพิ่งโดน แนชวิลล์ เอสซี ถล่มยับเยิน 5-0
แม้สโมสรจะมีนโยบายผลักดันดาวรุ่งชาวบราซิล แต่พวกเขาขาด “ผู้นำ” ที่มีประสบการณ์ กรีซมันน์ ในวัย 34 ปี ผู้ยิงไปแล้ว 44 ประตูให้ทีมชาติฝรั่งเศส จะก้าวเข้ามาสานต่อตำนานผู้เล่นระดับโลกของสโมสร เดินตามรอยแข้งดังอย่าง กาก้า และ นานี่ ที่เคยมาวาดลวดลายในถิ่นนี้
บางครั้ง ฟุตบอลก็มีตอนจบที่งดงาม การได้เห็นยอดดาวยิงสู้สุดใจเพื่อสโมสรที่เขารักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะบินลัดฟ้าไปทำตามความฝันวัยเด็กในอีกซีกโลกหนึ่ง… นี่แหละครับ คือความคลาสสิกของโลกลูกหนังที่เราสัมผัสได้จากผู้ชายคนนี้