สวยแต่รูปจูบไม่หอม? “อินฟานติโน่” โดนจามยับ ปมเรียกร้องสิทธิสตรีในฟุตบอล แต่สถิติแฉ “ดีแต่ปาก” หลังกุมอำนาจมาเป็นทศวรรษ

BK8 – เสียงที่กึกก้องแต่ว่างเปล่า: เมื่อ “อินฟานติโน่” เรียกร้องสิทธิสตรี บนระบบที่ตัวเองเป็นคนค้ำจุน

ในแวดวงฟุตบอลระดับโลก การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ “เสียงที่ดังที่สุด” ออกมาขยับขับเคลื่อน และคงไม่มีเสียงใครจะดังไปกว่า จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) อีกแล้ว

ทว่าในงานประชุม UEFA ที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คำพูดของเขากลับสร้างความรู้สึก “ตลกร้าย” ให้กับผู้ร่วมงาน เมื่อเขาออกมาบ่นพึมพำถึงการขาดแคลนผู้หญิงในตำแหน่งบริหาร ทั้งที่ตัวเขาเองนั่นแหละคือผู้กุมบังเหียนระบบนี้มานานนับทศวรรษ

วาทกรรมสวยหรู บนเวทีที่ไร้เงาสตรี

อินฟานติโน่กล่าวต่อหน้าฝูงชน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายชุดสูท) ว่า “เราต้องการผู้หญิงในตำแหน่งสำคัญมากขึ้น เราต้องสร้างโอกาสและสนับสนุนพวกเธอ” แถมยังเสนอว่า “เราอาจจะต้องการโค้ชผู้หญิงในทีมฟุตบอลหญิงมากขึ้น” ความย้อนแย้งอยู่ตรงที่ว่า ในฐานะประธานฟีฟ่า เขามีอำนาจเต็มมือที่จะสั่ง “ขยายโควตา” หรือรื้อระบบการโหวตที่เอื้อต่อเพศชาย แต่เขากลับเลือกที่จะใช้เพียง “คำพูด” ในการผลักดัน

กางตัวเลข: สถิติที่ไม่เคยโกหก

หากมองไปที่ตัวเลข ความคืบหน้าเรื่องความเท่าเทียมในยุคของอินฟานติโน่นั้นเรียกได้ว่า “คลานเป็นเต่า”

  • สภาฟีฟ่า (FIFA Council): จาก 37 ที่นั่ง มีผู้หญิงเพียง 8 คน * โควตาบังคับ: ในจำนวน 8 คนนั้น มีถึง 6 คน ที่เข้ามาได้เพราะกฎข้อบังคับที่ระบุว่าต้องมีตัวแทนหญิงอย่างน้อย 1 คนจากแต่ละทวีป (กฎที่ผ่านออกมาตั้งแต่เขารับตำแหน่งในปี 2016)

  • ความคืบหน้าใน 10 ปี: ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา มีผู้หญิงได้รับเลือกเข้ามาเพิ่มนอกเหนือจากโควตาบังคับเพียง 2 คน เท่านั้น

  • ระดับสมาคม: จาก 211 ชาติสมาชิก มีเพียง 10 ชาติ เท่านั้นที่มีประธานสมาคมเป็นผู้หญิง

การ “กักบริเวณ” ทางความคิด

สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดในคำกล่าวของอินฟานติโน่ คือความพยายามจำกัดบทบาทผู้หญิงให้อยู่แค่ใน “วงการฟุตบอลหญิง” (Women’s Football) เช่นการสนับสนุนโค้ชหญิงให้คุมทีมหญิง ซึ่งมันสะท้อนถึงทัศนคติลึกๆ ว่า ผู้หญิงสามารถมีอำนาจได้นะ… แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่จัดไว้ให้เท่านั้น

ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้บริหารหญิงเก่งๆ อย่าง ลอร่า แม็คอัลลิสเตอร์ (รองประธานบอร์ดบริหาร UEFA) หรือ เด็บบี้ ฮิววิตต์ (ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ) ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเธอมีความสามารถเกินกว่าจะถูกจำกัดวงอยู่แค่เรื่องเพศสภาพ

บทสรุป: อำนาจที่มาพร้อมความรับผิดชอบ

จานนี่ อินฟานติโน่ มักจะแสดงตัวเป็น “ไอคอนแห่งความเท่าเทียม” แต่ตราบใดที่เขายังไม่ยอมใช้อำนาจที่มีในการเปิดประตูบานใหญ่ให้กว้างขึ้นจริงๆ คำพูดเหล่านั้นก็เป็นเพียงแค่ “เสียงสะท้อนที่กลวงเปล่า” ในห้องประชุมระดับโลก

หากเขาอยากเห็นผู้หญิงในตำแหน่งสำคัญจริงๆ เขาไม่จำเป็นต้องเรียกร้องจากใคร… เขาแค่ต้องเริ่ม “ทำ” จากเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่นั่นเอง.