BK8 – รางวัลของคนรอคอย: ‘บาร์นส์’ ส้มหล่นเสียบแทน ‘เอเซ่’ คัมแบ็กติดธงอังกฤษในรอบ 6 ปี
ฟุตบอลทีมชาติมักมีเรื่องราวของจังหวะและโอกาสซ่อนอยู่เสมอ ในขณะที่นักเตะคนหนึ่งต้องหลั่งน้ำตาเพราะอาการบาดเจ็บ มันกลับกลายเป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดรับนักเตะอีกคนที่เฝ้ารอคอยโอกาสนี้มาอย่างยาวนาน
ล่าสุด แคมป์ทีมชาติอังกฤษของ โธมัส ทูเคิ่ล ต้องพบกับข่าวร้ายเมื่อ เอเบเรชี่ เอเซ่ แนวรุกวัย 27 ปีจาก อาร์เซน่อล จำเป็นต้องขอถอนตัวออกจากทีมชุดเตรียมอุ่นเครื่องกับ อุรุกวัย และ ญี่ปุ่น เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บที่บริเวณน่อง ซึ่งเป็นอาการเดียวกับที่ทำให้เขาพลาดการลงสนามในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ที่พ่ายให้กับ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
มิเกล อาร์เตต้า กุนซือปืนใหญ่ ยืนยันหลังจบเกมนัดชิงฯ ว่า “เราต้องรอทำสแกนอีกครั้งใน 6-7 วันข้างหน้า และรอดูผลลัพธ์ที่แน่ชัดอีกที”
6 ปีแห่งความอดทนของ ‘ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์’
เพื่อเป็นการอุดรอยรั่ว ทูเคิ่ล เตรียมเรียกตัว ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ปีกตัวเก่งวัย 28 ปีจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เข้ามาเสียบแทน ซึ่งหากการเรียกตัวนี้ประกาศอย่างเป็นทางการ จะถือเป็นการกลับมาติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ปีเต็ม! นับตั้งแต่ที่เขาเคยได้โอกาสลงเล่นเพียง 1 นัด ในเกมอุ่นเครื่องกับ เวลส์ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2020
สิ่งที่น่าประทับใจคือ ก่อนหน้านี้ บาร์นส์ ตกเป็นเป้าหมายที่ ทีมชาติสก็อตแลนด์ พยายามตามจีบอย่างหนักให้โอนสัญชาติไปเล่นให้ทัพตาร์ตัน (ซึ่งเขาสามารถทำได้ผ่านสายเลือดฝั่งปู่ย่าตายาย) เพื่อเป็นกำลังหลักสู้ศึกฟุตบอลโลก แต่ปีกตัวจี๊ดรายนี้ “ตอบปฏิเสธ” อย่างหนักแน่น เพื่อเดิมพันกับความฝันในการสวมสีเสื้อทรีไลออนส์ต่อไป
สถิติที่คู่ควรกับโอกาส
การถูกเรียกตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่โชคช่วย แต่มาจากผลงานที่สม่ำเสมอ บาร์นส์กลายเป็นอาวุธหนักของ เอ็ดดี้ ฮาว ในทัพสาลิกาดงฤดูกาลนี้:
- ลงสนามไปแล้วถึง 50 นัด รวมทุกรายการ
- พลาดลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 1 นัด เท่านั้น
- ลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ครบทั้ง 12 นัด
- ตะบันไปแล้ว 14 ประตู พร้อมทำอีก 5 แอสซิสต์
นอกจากเอเซ่แล้ว ทีมชาติอังกฤษชุดนี้ยังต้องเสีย จาเรลล์ ควอนซาห์ เซ็นเตอร์แบ็กจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่ขอถอนตัวไปอีกราย หลังมีปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้าย ทำให้ทูเคิ่ลต้องปรับทัพกันพอสมควร
สำหรับทัพสิงโตคำราม จะมีคิวลงลับแข้งที่สังเวียนเวมบลีย์ 2 นัด โดยจะพบกับ อุรุกวัย (27 มีนาคม) และ ญี่ปุ่น (31 มีนาคม) ซึ่งนี่จะเป็นเวทีสำคัญที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ จะได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การรอคอย 6 ปีของเขานั้น คุ้มค่าและมีความหมายมากเพียงใด