สตีเวน เจอร์ราร์ด ตำนานแข้ง สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และทีมชาติ อังกฤษ เปิดอกให้สัมภาษณ์เผยความรู้สึกแง่ลบของตนเองเมื่อครั้งที่ยังเล่นให้กับทัพ สิงโตคำราม – bk8
เจอร์ราร์ด มีสถิติลงสนามกับทัพ ทรีไลออนส์ ทั้งสิ้น 114 นัดใน 6 เมเจอร์ทัวร์นาเมนต์โดยที่เจ้าตัวไม่เคยพาทีมกรุยทางเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้เลยภายใต้การลงเล่นเคียงข้างเหล่าสตาร์อย่าง พอล สโคลส์ อดีตแข้งจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แฟรงค์ แลมพาร์ด จาก เชลซี ที่กลางสนามในยุคดังกล่าว
สตีวีจี ใช้เวลาเกือบทั้งเส้นทางการค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ ก่อนที่จะใช้เวลาในช่วงโค้งสุดท้ายกับ แอลเอ กาแล็คซี ในศึก เมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ สหรัฐอเมริกา
Rio Meets Steven Gerrard
– Return to Management ????
– Trent Move to Madrid
– England Team Ego’s
– Love for LiverpoolHere we goooo ???????? 4pm pic.twitter.com/pj1pvDo89g
— Rio Ferdinand (@rioferdy5) October 7, 2025
“พวกเราทุกคนคือ คนแพ้ที่มีอีโก้” เจอร์ราร์ด กล่าวเปิดอกผ่านรายการ ริโอ เฟอร์ดินานด์ พรีเซนส์ พ็อดคาสต์
“ผมดูทีวีตอนนี้ ผมเห็น เจมี คาร์ราเกอร์ นั่งอยู่ข้าง พอล สโคลส์ และพวกเขาก็ดูเหมือนเพื่อนซี้กันมา 20 ปี และผมเห็นความสัมพันธ์ของคาร์ราเกอร์กับ แกรี่ เนวิลล์ พวกเขาก็ดูเหมือนเพื่อนกันมา 20 ปี ผมอาจจะสนิทสนมและเป็นมิตรกับคุณ [ริโอ เฟอร์ดินานด์] ในตอนนี้มากกว่าตอนที่เราเคยเล่นด้วยกันในทีมชาติอังกฤษถึง 15 ปีเสียอีก”
เจอร์ราร์ดตั้งคำถามถึงสาเหตุของความห่างเหินในอดีตว่า “ทำไมเราถึงไม่ผูกพันกันตอนที่เราอายุ 20, 21, 22, 23? เป็นเพราะอีโก้หรือเปล่า? เป็นเพราะการเป็นคู่แข่งกันหรือไม่ มันเป็นเพราะวัฒนธรรมภายในทีมชาติอังกฤษ เราไม่ได้เป็นมิตรหรือผูกพันกัน เราไม่ใช่ทีม เราไม่เคยกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งและดีจริง ๆ ในช่วงเวลาใดเลย”
เจอร์ราร์ดรับใช้ชาติอังกฤษเป็นเวลา 14 ปี ภายใต้ผู้จัดการทีมหลัก 5 คน ตั้งแต่เควิน คีแกน จนถึงรอย ฮอดจ์สัน ในฟุตบอลโลก 2014 และเป็นกัปตันทีม 38 ครั้ง ซึ่งเป็นอันดับที่ 6 ในประวัติศาสตร์ แม้ว่าเขาจะรักการเล่นเพื่อประเทศ แต่ก็ยอมรับว่าไม่มีผู้จัดการทีมคนใดสามารถสร้างวัฒนธรรมที่ถูกต้องภายในทีมได้เลย
“ผมเกลียดมัน ผมไม่มีความสุขกับมัน ผมเกลียดห้องโรงแรม” เขากล่าว “ในช่วงแรก ๆ ผมจะมีวันที่รู้สึกแย่ รู้สึกตกต่ำมาก ๆ เหมือนกับว่า ‘ผมอยู่ในห้องนี้ 7 ชั่วโมง ผมจะทำอะไรดี?’ ตอนนั้นยังไม่มีโซเชียลมีเดีย เราไม่มีเครื่องเล่นดีวีดีหรืออะไรเลย มีแค่ช่อง 1 ถึง 5 บนทีวี ผมเคยรู้สึกหดหู่และซึมเศร้า ผมรักเกมการแข่งขัน ผมรักการเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ผมภูมิใจจริง ๆ ผมสนุกกับการฝึกซ้อม แต่การฝึกมันมีแค่วันละ 90 นาทีเท่านั้น และหลังจากนั้นผมก็ต้องอยู่คนเดียว”
“ผมไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม ผมไม่ได้รู้สึกผูกพันกับเพื่อนร่วมทีมในทีมชาติอังกฤษ ซึ่งต่างจาก ลิเวอร์พูล โดยสิ้นเชิง ช่วงเวลาที่นั่นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ผมรู้สึกว่าทีมงานดูแลผมเป็นอย่างดี ผมรู้สึกพิเศษ ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้ไปที่นั่น แต่กับทีมชาติอังกฤษ ผมแค่ต้องการแค่เกมและการฝึกซ้อม จากนั้นก็อยากจะกลับบ้าน”