เจาะประเด็นร้อน! “บอลโลก 2026” ส่อวุ่น? กระแส “คว่ำบาตร” ทรัมป์ ลุกลามแค่ไหน – เผยโอกาสเกิดขึ้นจริง

BK8 – เมื่อการเมืองขย่มลูกหนัง: ผ่าทางตัน “คว่ำบาตรฟุตบอลโลก 2026” เป็นไปได้จริงหรือแค่คำขู่?

ในขณะที่โลกฟุตบอลกำลังนับถอยหลังสู่ ฟุตบอลโลก 2026 ที่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก จะเป็นเจ้าภาพร่วมกัน แต่บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกทางการเมือง จากท่าทีที่แข็งกร้าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์

ประเด็นร้อนที่จุดชนวนความขัดแย้ง คือข้อเรียกร้องที่ ทรัมป์ ต้องการเข้าครอบครอง “กรีนแลนด์” (ดินแดนของเดนมาร์ก) รวมถึงมาตรการปราบปรามผู้อพยพและการจัดการผู้ประท้วงในประเทศ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ ขึ้นมาว่า… “ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ทั่วโลกจะคว่ำบาตรฟุตบอลโลกครั้งนี้?”

ใครบ้างที่อยากให้แบน?

กระแสการคว่ำบาตรส่วนใหญ่เริ่มต้นจากกลุ่มแฟนบอลและนักวิจารณ์ทางการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของทรัมป์ แต่ในระดับเจ้าหน้าที่ฟุตบอล เริ่มมีแรงกระเพื่อมจากชาติสมาชิก NATO ในยุโรป

  • เยอรมนี: โอเก้ ก็อตลิช (Oke Göttlich) ประธานสโมสร ซังต์ เพาลี และหนึ่งในรองประธานสมาคมฟุตบอลเยอรมัน (DFB) ออกมาโยนหินถามทางว่า “ถึงเวลาที่ต้องหารือเรื่องนี้อย่างจริงจัง”

  • เสียงค้านจากเบื้องบน: อย่างไรก็ตาม แบร์นด์ นอยเอนดอร์ฟ ประธาน DFB และ ฟิลิปป์ ดิยัลโล่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส ต่างรีบออกมาดับกระแส โดยยืนยันว่าการคว่ำบาตรเป็นเรื่องที่ “ผิดที่ผิดเวลา” และยังไม่อยู่ในความคิดของสมาคม

ย้อนรอยประวัติศาสตร์: เคยมีใครทำสำเร็จไหม?

ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ไม่เคยมีการคว่ำบาตรจากหลายชาติพร้อมกันด้วยเหตุผลทางการเมืองล้วนๆ มาก่อน (เคยมีเพียงการถอนตัวเพราะโควตาไม่เป็นธรรม หรือปัญหาระหว่างทวีป)

กรณีศึกษาเดียวที่ใกล้เคียงที่สุดคือ โอลิมปิก 1980 ที่มอสโก ซึ่ง สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ เป็นแกนนำคว่ำบาตรโซเวียต (จากกรณีบุกอัฟกานิสถาน) โดยบีบบังคับคณะกรรมการโอลิมปิกของตนเอง และโน้มน้าวชาติพันธมิตรให้ไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วม จนมีกว่า 60 ชาติที่ถอนตัว

โอกาสเกิดขึ้นจริงในยุคนี้? (ยากมาก)

นักวิเคราะห์มองว่า โอกาสที่ฟุตบอลโลก 2026 จะถูกคว่ำบาตรแบบเต็มรูปแบบ (ทีมไม่ส่งนักเตะลงแข่ง) นั้น “เป็นไปได้ยากมาก” ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ:

  1. อำนาจอยู่ที่ใคร: การแบนต้องมาจากคำสั่งของ “ผู้นำรัฐบาล” ที่ร่วมมือกันเป็นกลุ่มพันธมิตร (เช่น NATO) ไม่ใช่แค่สมาคมฟุตบอล

  2. เม็ดเงินและนักเตะ: นักเตะและผู้สนับสนุนย่อมต้องการเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

  3. เงื่อนไขขั้นสุด: ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การคว่ำบาตรจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อ ทรัมป์ ตัดสินใจทำสิ่งที่รุนแรงถึงขีดสุด เช่น “การสั่งบุกรุกชาติสมาชิก NATO” หรือฉีกสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่สำคัญมากๆ เท่านั้น

สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นจริงมากกว่าการถอนทีม คือการ “คว่ำบาตรเชิงสัญลักษณ์” เช่น:

  • กลุ่มแฟนบอลเฉพาะกลุ่ม (เช่น กลุ่ม LGBTQ+) อาจเลือกที่จะไม่เดินทางไปเชียร์ที่สนาม

  • ผู้นำประเทศหรือทูต อาจเลือกที่จะไม่เข้าร่วมพิธีเปิด (Diplomatic Boycott) เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่ง

ตราบใดที่สถานการณ์ยังไม่ลุกลามไปถึงขั้นสงครามระหว่างพันธมิตร ฟุตบอลโลก 2026 ก็น่าจะยังดำเนินต่อไป… แม้จะมีเสียงรบกวนจากเวทีการเมืองที่ดังไม่แพ้เสียงเชียร์ในสนามก็ตาม