เจาะลึก 3 ปรัชญา ‘โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ’ คุมอีโก้โรนัลโด้-เตรียมทัพโปรตุเกสรับมือบอลโลก 2026

BK8thaiภารกิจล่าแชมป์โลก: ปรัชญา ‘มาร์ติเนซ’ และการรับมือ ‘โรนัลโด้’ บนเส้นทางสู่ฟุตบอลโลก 2026

ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก จะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่และแตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ทั้งในเรื่องของระยะทางการเดินทาง สภาพอากาศที่หลากหลาย และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ซึ่ง โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือทีมชาติโปรตุเกส มองเห็น “สัญญาณเตือน” (Red Flags) เหล่านี้มาตั้งแต่ศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อปีที่แล้ว

นั่นคือเหตุผลที่ทัพ “ฝอยทอง” ตัดสินใจบินข้ามทวีปมาอุ่นเครื่องกับ สหรัฐอเมริกา ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเตรียมทีม เพื่อจำลองประสบการณ์จริงให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่จะต้องเผชิญในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้ามากที่สุด

แผนรับมืออุปสรรค: “อยู่ให้คุ้นเคยที่สุด”

มาร์ติเนซ วางแผนรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อย่างรัดกุม เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจำลองสถานการณ์ ทั้งการบินไปเตะบนที่สูงในเม็กซิโก (เสมอ 0-0) และการเล่นในสเตเดียมแบบปิดหลังคาอย่างในสหรัฐฯ เพื่อให้นักเตะคุ้นชิน

นอกจากนี้ เขายังให้ความสำคัญกับ “สภาพจิตใจ” โดยวางแผนให้นักเตะได้พักผ่อนกับครอบครัวเต็มที่ 7 วันหลังจบฤดูกาลสโมสร ก่อนจะเข้าแคมป์ทีมชาติ เพราะเขาเข้าใจดีว่า การต้องห่างครอบครัวเป็นเวลากว่า 50 วัน คือภาระทางใจที่หนักหน่วงที่สุด และการช่วยให้นักเตะจัดการกับความรู้สึกนี้ได้ คือกุญแจสำคัญสู่การคว้าแชมป์โลก

ทีมชุดไร้ ‘โรนัลโด้’ แต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ

ในเกมอุ่นเครื่องกับสหรัฐฯ โปรตุเกสมาพร้อมกับแผงมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่งที่สุดชุดหนึ่งของโลก นำโดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส, วิตินญ่า และ ชูเอา เนเวส รวมถึงฟูลแบ็กชั้นยอดอย่าง นูโน่ เมนเดส, ชูเอา กานเซโล่ และ ดิโอโก้ ดาโลต์

แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดหายไปคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมวัย 41 ปี ที่กำลังฟื้นฟูอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริง ทว่ามาร์ติเนซยืนยันชัดเจนว่า อาการบาดเจ็บนี้ไม่น่าเป็นห่วง และตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าในฟุตบอลโลก ยังคงเป็นของโรนัลโด้และ กอนซาโล่ รามอส อย่างแน่นอน

3 ปรัชญาการทำทีม และมุมมองต่อ ‘อีโก้’

ความสำเร็จในการจัดการทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ของมาร์ติเนซ มาจากปรัชญา 3 ประการ:

  1. ความชัดเจน (Clarity): นักเตะทุกคนต้องรู้หน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเองอย่างถ่องแท้ ทั้งในและนอกสนาม
  2. ไม่มีคำว่า ‘ฉัน’ ในทีม (No ‘I’ in Team): เป้าหมายส่วนตัวต้องสอดคล้องกับความสำเร็จของทีม
  3. การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Constant Improvement): ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชื่นชมในตัวโรนัลโด้เป็นอย่างมาก ในเรื่องของความกระหายที่จะเก่งขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จมามากแค่ไหนก็ตาม

เมื่อถูกถามถึงการรับมือกับผู้เล่นที่มี “อีโก้” สูง มาร์ติเนซให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “คุณจำเป็นต้องมีอีโก้เพื่อเล่นฟุตบอลนะ ยิ่งอีโก้สูง ยิ่งง่ายที่จะสร้างความแตกต่างในสนาม เรามักเข้าใจผิดว่า อีโก้ เท่ากับ ทัศนคติที่แย่… มันต่างกันนะครับ สิ่งที่เราต้องกำจัดคือ ‘ทัศนคติที่แย่’ ต่างหาก อุดมคติของผมคือการมีนักเตะ 26 คนที่มีอีโก้ แต่มาพร้อมกับทัศนคติที่ยอดเยี่ยม”

การเลือก ‘คนที่ใช่’ ไม่ใช่แค่ ‘คนเก่ง’

แนวคิดนี้สอดคล้องกับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือทีมชาติสหรัฐฯ (คู่แข่งในเกมอุ่นเครื่อง) ที่มองว่า การจัดตัวผู้เล่นลุยฟุตบอลโลก ไม่ใช่การเลือกนักเตะที่ “เก่งที่สุด” 26 คน แต่เป็นการเลือกนักเตะที่ “ใช่ที่สุด” 26 คน เพื่อประกอบกันเป็นทีมที่สมบูรณ์แบบที่สุด

“ถ้าคุณเอานักเตะที่เป็นซูเปอร์สตาร์ของสโมสร มานั่งเป็นตัวสำรองในทีมชาติ มันเป็นบทบาทที่ต่างกันมาก และยากมากที่เขาจะทุ่มเทเต็มร้อยในบทบาทนั้น” มาร์ติเนซกล่าวทิ้งท้าย

การอุ่นเครื่องในสัปดาห์นี้ จึงไม่ใช่แค่การทดสอบแท็คติก แต่คือการประเมินทั้งฝีเท้าและ “ทัศนคติ” เพื่อค้นหา 26 ขุนพลที่พร้อมที่สุด สำหรับการสร้างประวัติศาสตร์บนแผ่นดินอเมริกาในศึกฟุตบอลโลก 2026