เชลซี ปลด ‘โรซีเนียร์’ เซ่นผลงานบู่หลังคุมทีมแค่ 106 วัน! ดัน ‘แม็คฟาร์เลน’ ขัดตาทัพ – ‘เทอร์รี่’ รับห่วงอนาคตสโมสร

BK8วิกฤตสิงห์บลูส์: เชลซี ปลด ‘โรซีเนียร์’ หลังคุมทัพ 106 วัน สังเวยฟอร์มดิ่งเหว – ‘เทอร์รี่’ หวั่นอนาคตทีม

สโมสรฟุตบอล เชลซี ตัดสินใจปลด เลียม โรซีเนียร์ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเป็นที่เรียบร้อย หลังกุนซือวัย 41 ปี เข้ามารับงานต่อจาก เอนโซ่ มาเรสก้า ได้เพียง 106 วัน โดยสโมสรระบุว่าจะใช้ช่วงเวลานี้ในการ “ทบทวนตัวเอง” ท่ามกลางวิกฤตผลงานที่ตกต่ำอย่างหนัก

ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลงหลังความพ่ายแพ้อันน่าอับอายต่อ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ในลีก 5 นัดติดต่อกันโดยที่ทีมยิงประตูไม่ได้เลย (สถิติที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 114 ปีของสโมสร) บอร์ดบริหารได้เรียกประชุมด่วนในวันพุธเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนแจ้งการตัดสินใจปลดโรซีเนียร์ในช่วงบ่าย

‘คัลลัม แม็คฟาร์เลน’ รับเผือกร้อนขัดตาทัพ

เพื่อประคองสถานการณ์ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล เชลซีได้มอบหมายให้ คัลลัม แม็คฟาร์เลน อดีตโค้ชทีมรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานของโรซีเนียร์ ขึ้นมารับบทกุนซือขัดตาทัพ (Interim Head Coach) โดยภารกิจแรกที่แสนหนักหน่วงคือการพาทีมลงเล่นในศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่จะพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์นี้

เสียงสะท้อนจาก ‘จอห์น เทอร์รี่’: “ผมเป็นห่วงสโมสรแห่งนี้”

จอห์น เทอร์รี่ อดีตกัปตันทีมระดับตำนานของเชลซี ซึ่งปัจจุบันรับบทบาทโค้ชในอะคาเดมี ได้อัดคลิปวิดีโอระบายความอัดอั้นตันใจผ่านโซเชียลมีเดีย โดยยอมรับว่าเขากำลังกังวลกับทิศทางของสโมสร

“คืนนี้ผมนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยความกังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับสโมสรฟุตบอลของเรา” เทอร์รี่กล่าว “ในสถานการณ์แบบนี้ จะมีผู้จัดการทีมระดับท็อปคนไหนอยากมาคุมเชลซีไหม? เราไม่สามารถซื้อนักเตะได้ แถมดูเหมือนว่าเราจะต้องขายนักเตะที่ดีที่สุดออกไป ซึ่งมันเจ็บปวดเสมอ”

“เราจะไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป (ผมหวังว่าผมจะคิดผิดนะ) ผมรู้สึกหงุดหงิด และที่สำคัญที่สุดคือเป็นห่วง ผมสัมผัสได้ถึงความโกรธและความคับแค้นใจของแฟนบอลเชลซีทุกคน”

เทอร์รี่ยังชี้แจงด้วยว่า สโมสรไม่ได้ติดต่อเขาเพื่อให้มารับงานขัดตาทัพ หรือให้ไปเป็นผู้ช่วยของแม็คฟาร์เลนแต่อย่างใด และเขาจะยังคงทำหน้าที่ในอะคาเดมีต่อไป

106 วันแห่งหายนะ และความล้มเหลวของยุค ‘BlueCo’

การปลดโรซีเนียร์ ทำให้กลุ่มทุน BlueCo ภายใต้การนำของ คลีียร์เลค แคปิตัล (Clearlake Capital) กำลังจะต้องค้นหาผู้จัดการทีม “ถาวร” คนที่ 5 (และหากนับรวมกุนซือขัดตาทัพด้วย นี่จะเป็นคนที่ 9) ในระยะเวลาเพียง 4 ปีที่พวกเขาเข้ามาบริหารสโมสร

โรซีเนียร์ถูกดึงตัวมาจาก สตราส์บูร์ก (สโมสรพันธมิตรของเชลซี) เมื่อเดือนมกราคม แม้จะเริ่มต้นได้สวยด้วยการชนะ 7 จาก 9 นัดแรก แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือความพ่ายแพ้ยับเยินต่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในแชมเปี้ยนส์ ลีก (สกอร์รวม 8-2) หลังจากนั้นฟอร์มของเชลซีก็ดิ่งลงเหวอย่างกู่ไม่กลับ ปัจจุบันทีมร่วงมาอยู่อันดับ 7 และสุ่มเสี่ยงที่จะหล่นไปอยู่ครึ่งล่างของตาราง

รอยร้าวในห้องแต่งตัว และแท็คติกที่ผิดพลาด

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า นักเตะหลายคนในทีมไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวิธีการทำงานของโรซีเนียร์ได้ เนื่องจากเขามีบุคลิกและการทำทีมที่แตกต่างจากมาเรสก้าอย่างสิ้นเชิง (นักเตะบางคนยังคงช็อกและเสียใจที่มาเรสก้าถูกปลด) การตัดสินใจแปลกๆ อย่างการดร็อป โรเบิร์ต ซานเชซ มือหนึ่งของทีมก่อนเกมสำคัญกับเปแอสเช หรือการจัดแท็คติกที่ล้มเหลวในเกมพ่ายไบรท์ตัน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ทีมสูญเสียความมั่นใจ

หลังเกมแพ้ไบรท์ตัน โรซีเนียร์ได้ให้สัมภาษณ์วิจารณ์ทัศนคติความเป็นมืออาชีพของนักเตะอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเขาสูญเสียการควบคุมห้องแต่งตัวไปแล้วอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะหลักอย่าง รีซ เจมส์, โคล พาลเมอร์ และดาวรุ่งอย่าง เอสเตเวา (รายล่าสุดแฮมสตริงฉีกระดับ 4 ส่อชวดฟุตบอลโลก) ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก

การปลดโรซีเนียร์อย่างรวดเร็วท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการตัดสินใจของบอร์ดบริหารและทีมงานสรรหาบุคลากร การประกาศว่าจะ “ทบทวนตัวเอง” ของสโมสร คงต้องพิสูจน์ให้แฟนบอลที่กำลังโกรธแค้นได้เห็นว่า พวกเขาจะสามารถกอบกู้ศรัทธาและพานาวาลำนี้กลับมาแล่นในทิศทางที่ถูกต้องได้หรือไม่ในอนาคต