เดือดจัด! ‘อาร์เตต้า’ จวก VAR ปล้นจุดโทษ ‘เอเซ่’ ชี้ทำอาร์เซน่อลเสียเปรียบแอต.มาดริด

BK8รอยด่างพร้อยที่เมโทรโปลิตาโน่: ‘อาร์เตต้า’ ระเบิดอารมณ์ใส่ VAR ก่อนชี้ชะตานัดสองที่บ้านเกิด

ฟุตบอลคือความงดงามที่ขับเคลื่อนด้วยหยาดเหงื่อและความทุ่มเท แต่บางครั้ง… “คำตัดสิน” ก็กลายเป็นรอยด่างพร้อยที่เข้ามาพรากความยุติธรรมไปอย่างน่ากังขา

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวอย่างหนัก หลังจบเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่พบกับ แอตเลติโก มาดริด ประเด็นสำคัญอยู่ที่จังหวะปัญหาช่วงท้ายเกม เมื่อ เอเบเรชี่ เอเซ่ ถูก ดาวิด ฮานโค่ เข้าสกัด ในตอนแรก ผู้ตัดสิน แดนนี่ มัคเคลี่ ชี้ให้เป็นจุดโทษ แต่สุดท้ายกลับพลิกคำตัดสินหลังจากการประท้วงของฝั่งเจ้าถิ่นและการดูภาพช้า (VAR)

“ผมเดือดมาก… เราทุกคนเดือดกันหมด” อาร์เตต้า กล่าว

ความเจ็บปวดจากการดูภาพช้า 13 ครั้ง

กุนซือชาวสเปนไม่เข้าใจว่า ทำไมจุดโทษที่ชัดเจนถึงถูกพลิกคำตัดสิน

  • เขาชี้ว่ามีการปะทะกันอย่างชัดเจน และไม่ควรเปลี่ยนคำตัดสินหลังจากที่ผู้ตัดสินชี้ขาดไปแล้วและต้องมาดูภาพช้าซ้ำถึง 13 ครั้ง
  • “เมื่อคุณเล่นในรอบรองชนะเลิศ มันไม่ควรเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น หลังจากที่คุณสู้มาอย่างหนักเพื่อมายืนอยู่ตรงจุดนี้” เขากล่าวตัดพ้อ
  • เมื่อถูกถามว่าผู้ตัดสินถูกกดดันจากแฟนบอลหรือนักเตะแอต.มาดริดหรือไม่ อาร์เตต้าตอบเพียงว่า “ผมไม่รู้ นั่นเป็นคำตอบที่เขาต้องตอบเอง… แต่มันคือการตัดสินที่ผิดพลาด และเปลี่ยนทิศทางของเกมนี้”

อย่างไรก็ตาม อาร์เตต้า ยอมรับการเสียจุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของ เบน ไวท์ ก่อนหน้านั้น โดยระบุว่านั่นเป็นไปตามกฎอย่างชัดเจนและผู้ตัดสินมีความคงเส้นคงวาในเรื่องนี้

มุมมองจากนักเตะและฝั่งตรงข้าม

ความคับแค้นใจไม่ได้มีเพียงแค่ผู้เป็นนายใหญ่ ปิเอโร่ อินกาปิเย่ ปราการหลังอาร์เซน่อล ก็ออกมาวิจารณ์เช่นกัน โดยชี้ว่าผู้ตัดสินทำผิดพลาดอย่างชัดเจนที่ริบจุดโทษของพวกเขา แต่ทีมก็จะขอสู้ต่อไปและหวังว่าจะได้รับความยุติธรรมมากกว่านี้ในอนาคต

ในขณะเดียวกัน ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นายใหญ่แอตเลติโก มาดริด กลับมองต่างมุมไปถึงจุดโทษในครึ่งแรกของฝั่งอาร์เซน่อล (ที่ วิคตอร์ โยเคเรส เป็นคนสังหารเข้าไป) โดยเขามองว่าการปะทะจากฮานโค่มันเบาบางมาก และตัวของโยเคเรสก็แค่รอให้เกิดการปะทะเพื่อเรียกจุดโทษเท่านั้น

แสงสว่างที่รออยู่ที่เอมิเรตส์

แม้จะเจ็บปวดจากคำตัดสิน แต่ไฟแห่งความหวังของทัพปืนใหญ่ยังคงลุกโชน อาร์เตต้าทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำที่ปลุกเร้าจิตวิญญาณนักสู้ว่า:

  • “มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นมากมายในเกมนี้ เรารู้ดีว่ามันจะต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะสถิติในบ้านของพวกเขาแข็งแกร่งมาก”
  • “แต่ตอนนี้เราอยู่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม เราจะได้กลับไปเล่นต่อหน้าผู้คนของเรา… ทุกอย่างยังอยู่ในมือของเราเอง”

ฟุตบอลอาจมีเรื่องให้ต้องผิดหวัง แต่ตราบใดที่เสียงนกหวีดหมดเวลายังไม่ดังขึ้นในนัดที่สอง อาร์เซน่อลก็ยังคงมีสิทธิ์ที่จะเขียนตอนจบที่สวยงามของตัวเองในเวทียุโรปฤดูกาลนี้.