BK8 – “เมอร์ซี่ กรีซมันน์”: สดุดีตำนาน แชมเปี้ยนส์ ลีก กับการร่ายรำครั้งสุดท้ายก่อนอำลาตราหมี
ชาวญี่ปุ่นมีสำนวนหนึ่งที่เรียกว่า ‘โมโนะ โนะ อะวาเระ’ (Mono no aware) ซึ่งอธิบายถึงความตระหนักรู้ถึงความไม่จีรังยั่งยืนอันแสนหวานอมขมกลืน การได้ชื่นชมดอกซากุระที่กำลังผลิบาน ก็ย่อมต้องยอมรับความจริงที่ว่า อีกไม่นานมันก็จะร่วงโรยและจากไป…
สำหรับแฟนบอล แอตเลติโก มาดริด ที่เดินทางมายัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พวกเขาคงรู้สึกถึงความเจ็บปวดลึกๆ นั้น ฤดูกาลนี้เหลือการแข่งขันอีกเพียง 5 นัด และเหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ในการชื่นชมผู้เล่นที่อาจกล่าวได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของสโมสรอย่าง อองตวน กรีซมันน์ ก่อนที่ ‘สไตรเกอร์ซากุระ’ รายนี้จะอำลาทีมไปร่วมทัพ ออร์แลนโด้ ซิตี้ ในศึกเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS)
ไร้ซึ่งเทพนิยายในโลกแห่งความจริง แฟนบอลตราหมีผู้โรแมนติกคงหวังลึกๆ ว่า กรีซมันน์ ในวัย 35 ปี จะได้ยืดเวลาการผจญภัยบนแผ่นดินยุโรปออกไปอีกสักนัด เพื่อบอกลาทีมในนัดชิงชนะเลิศที่บูดาเปสต์ แฟนบอลที่เป็นกลางหลายคนก็อยากเห็นฉากจบแบบเทพนิยายเช่นกัน ทว่า ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือจอมแท็กติกของทีมกลับมองโลกในความเป็นจริง
“ไม่มีใครเป็นหนี้เรา” ซิเมโอเน่ กล่าว “ทุกสิ่งต้องแลกมาด้วยความพยายามและการบรรลุผลด้วยตัวเอง”
ฟุตบอลมักจะโหดร้ายมากกว่าใจดี แม้พวกเขาจะรั้งอันดับ 4 ในลา ลีกา อย่างปลอดภัย แต่ฤดูกาลนี้ แอต.มาดริด ต้องจบลงด้วยมือเปล่าอย่างแน่นอน หลังจากเพิ่งอกหักพ่ายจุดโทษต่อ เรอัล โซเซียดาด (ทีมเก่าของกรีซมันน์) ในนัดชิงชนะเลิศ โกปา เดล เรย์ เมื่อสองสัปดาห์ก่อน
จิตวิญญาณนักสู้ที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง ในเกมกับ อาร์เซน่อล ทัพปืนใหญ่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า มีจังหวะหนึ่งที่กล้องถ่ายทอดสดจับภาพ กรีซมันน์ สะใจสุดขีดร่วมกับ จูลิอาโน่ ซิเมโอเน่ แต่มันไม่ใช่การฉลองประตู มันคือความโล่งใจที่พวกเขาช่วยกันบีบพื้นที่ วิคตอร์ เกียวเคเรส จนทำบอลออกหลังและทำลายเกมบุกของอาร์เซน่อลลงได้
นี่คือภาพสะท้อนของ แอต.มาดริด ในค่ำคืนนั้น… หลังพิงฝา กัดฟันสู้ และกรีซมันน์ก็อยู่ที่นั่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บบอลจังหวะสอง หรือการลงมาซ้อนเพื่อช่วยเพื่อนร่วมทีมในยามคับขัน
กรีซมันน์ คือภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของซิเมโอเน่ ความผูกพันของทั้งคู่ลึกซึ้งเกินคำบรรยาย ก่อนเกมรอบก่อนรองชนะเลิศกับ บาร์เซโลน่า เมื่อเดือนที่แล้ว ซิเมโอเน่ เคยกล่าวคำพูดที่กินใจว่า
“ผมอยากขอบคุณสำหรับความทุ่มเทและความถ่อมตัวของคุณ คุณคือบุคคลที่น่ายกย่องในสังคมที่คนหนุ่มสาวต้องการแบบอย่างที่ดีเช่นคุณ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่คุณมอบให้เรา… แต่ถ้าพรุ่งนี้คุณไม่วิ่ง คุณก็โดนเปลี่ยนตัวออกแน่!”
กรีซมันน์หันไปหานายใหญ่ของเขาด้วยแววตาที่เป็นประกาย และแทนที่จะตอบกลับเป็นคำพูด เขากลับเอื้อมมือไปตบเบาๆ ที่ต้นขาของซิเมโอเน่ นี่คือภาษากายเล็กๆ ระหว่างลูกผู้ชายที่บ่งบอกถึงสายใยอันแน่นแฟ้นของทั้งคู่
การจากลาที่ไม่มีเสียงปรบมือ แต่เต็มไปด้วยความเคารพ ในท้ายที่สุด ซิเมโอเน่ จำเป็นต้องเปลี่ยนตัว กรีซมันน์ ออกในขณะที่ทีมกำลังตามหลังและต้องการจุดเปลี่ยน ขณะที่เขากำลังเดินออกจากสนาม แฟนบอลอาร์เซน่อลต่างกำลังลุ้นระทึกกับเกมและจดจ่อกับการเปลี่ยนตัวของ มิเกล อาร์เตต้า จึงไม่มีช่วงเวลาสำหรับ ‘สแตนดิ้ง โอเวชั่น’ จากแฟนบอลเจ้าถิ่น
แต่ถึงกระนั้น ตำนานศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง เธียร์รี่ อองรี ก็ได้กล่าวสดุดีรุ่นน้องผ่านรายการของช่อง CBS ไว้อย่างงดงามว่า
“อองตวน… ผมมีเรื่องจะบอกคุณ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่คุณทำเพื่อฟุตบอลฝรั่งเศส ทีมชาติฝรั่งเศส และเพื่อวงการฟุตบอล โดยส่วนตัวแล้ว คุณทำให้ผมมีความสุขมาก”
อาชีพค้าแข้งไม่ได้คงอยู่ตลอดไป หากมีนักเตะคนไหนที่ทำให้คุณตระหนักได้ว่าทำไมคุณถึงหลงรักฟุตบอล จงดูเขาเล่นราวกับว่ามันเป็นนัดสุดท้าย เพราะนัดสุดท้ายมักจะแอบย่องมาหาโดยที่เราไม่ทันตั้งตัวเสมอ
สำหรับ อองตวน กรีซมันน์ ซากุระต้นนี้ยังมีดอกไม้เหลือให้ชื่นชมอีกเล็กน้อย เกมกับ เซลต้า บีโก้, โอซาซูน่า, คิโรน่า และ บียาร์เรอัล คือสังเวียนทิ้งทวนของเขากับทัพตราหมี แม้จะไม่มีนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่มีบูดาเปสต์ และไม่มีฉากจบแบบเทพนิยาย แต่สิ่งที่แน่นอนคือ เวทีฟุตบอลสโมสรยุโรปได้สูญเสียไอคอนคนสำคัญอย่าง กรีซมันน์ ไปแล้ว… และแฟนบอลคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะทำใจรับความจริงข้อนี้ได้