เมื่อกฎมีไว้แหก(เพื่อซุปตาร์): ทำไมฟีฟ่าถึงยอมกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อ ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’?

BK8 – ข่าวดีสำหรับแฟนคลับ “CR7” แต่เป็นข่าวร้ายสำหรับมาตรฐานความยุติธรรมในโลกฟุตบอล เมื่อ ฟีฟ่า (FIFA) ประกาศเซอร์ไพรส์วงการด้วยการยืนยันว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะสามารถลงสนามช่วยทีมชาติโปรตุเกสได้ตั้งแต่นัดแรกของ ฟุตบอลโลก 2026 ทั้งที่ในทางทฤษฎีแล้ว เขาควรจะติดโทษแบนอยู่

ย้อนรอยศอกพิฆาต เหตุการณ์เกิดขึ้นในเกมคัดบอลโลกนัดรองสุดท้าย เมื่อโรนัลโด้เจตนาศอกใส่ ดารา โอเช กองหลังไอร์แลนด์เข้าที่ซี่โครงอย่างจัง จนโดนใบแดงไล่ออก ซึ่งคณะวินัยของฟีฟ่าสั่งลงโทษแบน 3 นัด (1 นัดในเกมคัดเลือกนัดสุดท้าย และอีก 2 นัดในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก)

อภินิหารมาตรา 27 แต่แล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ฟีฟ่างัด “มาตรา 27 (Article 27)” มาใช้ โดยระบุว่าสามารถ “ระงับการลงโทษ” ได้ตามดุลยพินิจ โดยให้เหตุผลสุดคลาสสิกว่า “นี่เป็นใบแดงแรกในนามทีมชาติของโรนัลโด้ และเขามีความประพฤติดีมาตลอด” ดังนั้นโทษแบน 2 นัดในบอลโลกจึงถูก “รอลงอาญา” ไว้ 1 ปี

สองมาตรฐานชัดเจน? ความน่ากังขาเกิดขึ้นเมื่อเทียบเคียงกับเคสของ ทิกราน บาร์เซกห์ยาน กัปตันทีมชาติอาร์เมเนีย ที่โดนใบแดงข้อหา Violent Conduct (รุนแรง) เหมือนกัน เป็นใบแดงแรกเหมือนกัน แต่กลับต้องก้มหน้ารับโทษแบนเต็ม 3 นัดโดยไม่มีการลดหย่อนใดๆ นี่คือสิ่งที่ตอกย้ำว่า ในสายตาของฟีฟ่า “ชื่อเสียง” มีน้ำหนักมากกว่า “กติกา” ฟุตบอลโลกที่ไม่มีโรนัลโด้ อาจสร้างมูลค่าทางการตลาดได้น้อยลง เหมือนที่พวกเขาเคยพยายามทุกวิถีทางให้ ลิโอเนล เมสซี่ ได้ไปเล่น Club World Cup

ฝันร้ายของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ? คนที่น่าเห็นใจที่สุดอาจเป็น โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือโปรตุเกส เดิมทีโทษแบน 2 นัดนี้เปรียบเสมือน “ทางลงสวยๆ” ที่จะทำให้เขาไม่ต้องส่งโรนัลโด้ลงตัวจริง เพราะสถิติบ่งชี้ชัดเจนว่า โปรตุเกสเล่นได้ลื่นไหลและดุดันกว่าเมื่อไม่มี CR7 (เช่นเกมถล่มสวิตเซอร์แลนด์ 6-1 หรือล่าสุดที่ถล่มอาร์เมเนีย 9-1)

แต่เมื่อฟีฟ่าประทานอภัยโทษมาให้ การจะดรอปซูเปอร์สตาร์ระดับโลกที่ฟิตพร้อมลงสนามในทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของเขา กลายเป็นโจทย์ที่กดดันมหาศาล และอาจทำให้ระบบทีมที่กำลังลงตัวต้องสะดุดลงเพียงเพราะต้องใส่ชื่อของ “เดอะ แบก” ลงไปในสนาม

ฟุตบอลโลก 2026 จะมีโรนัลโด้แน่นอนแล้ว แต่คำถามคือ โปรตุเกสจะได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ หรือนี่จะเป็นดาบสองคมที่ฟีฟ่ายื่นมาให้กันแน่?