‘ไฟฝันและความกระหายที่ไม่มีวันดับ’: มักซี่ โรดริเกซ เล่าเบื้องหลังหัวใจนักสู้ของ ‘เมสซี่’ สู่ฟุตบอลโลก 2026 – BK8
น้อยคนนักที่จะรู้จัก ลิโอเนล เมสซี่ ได้ลึกซึ้งเท่ากับ มักซี่ โรดริเกซ ไม่ใช่เพียงเพราะพวกเขาเคยเคียงบ่าเคียงไหล่กันบนผืนหญ้า แต่เพราะรากเหง้าและจุดเริ่มต้นของพวกเขานั้นมาจากที่เดียวกัน ทั้งคู่ต่างเติบโตมาจากสถาบันลูกหนังอันทรงเกียรติอย่าง นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ (Newell’s Old Boys) สโมสรที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังแห่งพรสวรรค์
แม้เส้นทางสู่จุดสูงสุดของทั้งสองจะแตกต่างกัน แต่โชคชะตาก็นำพาให้พวกเขามาบรรจบกันในสีเสื้อ “ฟ้า-ขาว” ทีมชาติอาร์เจนตินา และนี่คือเรื่องราวที่กลั่นกรองจากความทรงจำของอดีตปีกระดับตำนาน ถึงชายผู้เป็นที่รักของคนทั้งโลก
เวทมนตร์ที่ถูกส่งต่อในปี 2006
ย้อนกลับไปในวันที่ 16 มิถุนายน 2006 วันที่ ลิโอเนล เมสซี่ ได้สัมผัสเวทีฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก ในเกมที่อาร์เจนตินาถล่ม เซอร์เบียและมอนเตเนโกร 6-0 เมสซี่ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในนาทีที่ 75 เพื่อลงมาแทนที่ มักซี่ โรดริเกซ ซึ่งในวันนั้นเหมาทำไปแล้วสองประตู
“ผมมักจะพูดติดตลกกับเขาเสมอว่า ตอนที่เราแปะมือเปลี่ยนตัวกันน่ะ ผมได้ส่งผ่านเวทมนตร์ทั้งหมดของผมไปให้เขาแล้วล่ะ” โรดริเกซ เล่าด้วยรอยยิ้ม
ภาพจำแห่งสองตำนาน: มาราโดน่า และ เมสซี่
ในศึกฟุตบอลโลก 2010 โรดริเกซได้สัมผัสประสบการณ์ที่ราวกับหลุดออกมาจากแผ่นฟิล์มภาพยนตร์ เมื่อทีมมี ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นกุนซือ และมี เมสซี่ เป็นเพื่อนร่วมทีม
“มันยอดเยี่ยมมากครับ ผมโตมากับการดูดีเอโก้ เขาคือไอดอลของผม แล้วจู่ๆ เราก็มีเลโออยู่ที่นั่นด้วย… นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสองคนในโลกอยู่กับเราทุกวัน” โรดริเกซรำลึกความหลัง “บางครั้งหลังเลิกซ้อม เราจะอยู่เตะฟรีคิกกันต่อ แล้วดีเอโก้ก็จะมาร่วมแจมด้วย เรานั่งมองพวกเขาเตะบอลด้วยความตื่นตะลึง มันเหมือนกับว่าดีเอโก้กำลังสอนศิลปะการยิงประตูให้กับเลโอเลยล่ะ”
หยาดน้ำตาแห่งการปลดแอกที่กาตาร์ 2022
ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ คือช่วงเวลาที่มวลมนุษยชาติได้เห็นเมสซี่ชูถ้วยแชมป์โลก สำหรับโรดริเกซในฐานะอดีตนักเตะและแฟนบอลชาวอาร์เจนไตน์ มันคือความรู้สึกที่อัดอั้นและระเบิดออกมาเป็นน้ำตาแห่งความสุข
“ความกดดันมันมหาศาลมากครับ เมื่อคุณทำสำเร็จ มันจึงเป็นการระเบิดของความสุข เพราะคุณรู้ดีว่าต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตามากแค่ไหน… มันคือสิ่งเดียวที่ขาดหายไปในอาชีพของเลโอ การได้ชูถ้วยใบนั้น ถ้วยที่งดงามที่สุด และมันช่วยสยบเสียงวิจารณ์ทุกอย่างที่เขาเคยต้องเผชิญ”
สคาโลนี่ กับศิลปะแห่งการซื้อใจ
ก้าวต่อไปของอาร์เจนตินาคือฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งพวกเขาจะอยู่ในกลุ่ม เจ (Group J) ร่วมกับ แอลจีเรีย, ออสเตรีย และ จอร์แดน ความสำเร็จที่ผ่านมาไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เกิดจากการหล่อหลอมทีมของ ลิโอเนล สคาโลนี่ กุนซือผู้เข้าใจหัวใจของนักเตะ
“เขาเข้าใจผู้เล่นและรู้วิธีจัดการกับห้องแต่งตัว ซึ่งมักจะเป็นสิ่งที่ยากที่สุด” โรดริเกซเผยถึงจุดแข็งของสคาโลนี่ “คุณอาจจะเก่งเรื่องแท็กติก แต่คุณต้องเข้าใจด้วยว่าคุณกำลังรับมือกับมนุษย์ 26 คนที่มีอุปนิสัยแตกต่างกัน สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจที่สุดคือการบริหารคนของเขา และการที่เขายังคงถ่อมตัวไม่เคยเปลี่ยน”
ความกระหายที่ผลักดันให้ก้าวเดินต่อ
เมื่อถูกถามว่า อะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้ ลิโอเนล เมสซี่ ในวัยนี้ ยังคงพร้อมทุ่มเทและเอาตัวเองเข้าแลกในศึกฟุตบอลโลกอีกครั้ง คำตอบของโรดริเกซนั้นเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งกินใจ
“เขาพร้อมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพราะความกระหายนั้นคือส่วนหนึ่งของตัวตนเขา หากปราศจากแนวคิดและแรงขับเคลื่อนแบบนี้ เขาคงไม่สามารถบรรลุทุกสิ่งที่เขาทำมาได้ และนั่นคือเหตุผลที่เราจะยังคงได้เพลิดเพลินกับฟุตบอลโลกอีกครั้ง โดยมีเขาสวมเสื้อหมายเลข 10 อันเป็นสัญลักษณ์ของอาร์เจนตินา”
“ความกระหายในเกียรติยศคือเชื้อเพลิงที่เติมพลังให้เขาเสมอ เขาอยากจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง เขาทำเพื่อความภาคภูมิใจในการรับใช้ชาติ ไม่มีสิ่งอื่นใดในหัวของเขา ไม่ใช่แม้แต่การทำลายสถิติ เขาเพียงแค่อยากเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง”