BK8 – ดวงตาของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เป็นประกายราวกับผู้เผยแพร่ศาสนา เมื่อเขาย้อนรำลึกถึงวันที่ได้ไปเยือนแคมป์ซ้อมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และได้เห็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลัง “ระเบิดแพสชั่น” ในการสอน เควิน เดอ บรอยน์
“เขาขยับขวดน้ำไปมา ‘เขาต้องขยับเข้า, เขาต้องขยับออก, เขาต้องเข้าปะทะ!’… เขาคมดั่งมีดโกน” ฟาน เพอร์ซี่ เล่าถึง เป๊ป
“บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากวันนั้นคือ: การจะเป็นโค้ชระดับท็อป มันไม่มีคำว่า ‘ครึ่งๆ กลางๆ’ คุณต้องทุ่มเททั้งหมด หรือไม่ก็อย่าทำมันเลย”
ในวัย 42 ปี ฟาน เพอร์ซี่ ไม่ได้เป็นเพียงอดีตดาวยิงระดับโลกอีกต่อไป แต่เขาคือ “ระเบิดพลังงาน” ในฐานะเฮดโค้ชหนุ่มของ เฟเยนูร์ด ที่กำลังพาทีมรั้งจ่าฝูงลีกดัตช์ ด้วยปรัชญา “ความเร่งด่วนในการพัฒนา”
แต่ลึกๆ แล้ว เขายังคงเป็น โรบิน คนเดิม… ลูกชายของศิลปินผู้เชื่อมั่นใน “ความรู้สึก” และ “แพสชั่น” มากกว่าแค่ “กระบวนการ”
“ฟุตบอลต้องสนุก นั่นคือเป้าหมายของผม การได้กลับไปสู่ความรักในเกมฟุตบอลเหมือนครั้งยังเด็ก”
จุดเริ่มต้นที่เกิดจากคำถามของ “ลูกสาว” การเดินทางสู่บทบาทกุนซือของเขา เริ่มต้นจากบทสนทนาที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งกับ ดีน่า ลูกสาวของเขาในปี 2019 “ผมกำลังอบรมพวกเขาเรื่องแพสชั่น ว่าต้องค้นหาตัวเองให้เจอ” เขาเล่าพร้อมรอยยิ้ม ลูกสาววัย 9 ขวบในตอนนั้นถามกลับว่า: “แล้วตอนนี้แพสชั่นของพ่อคืออะไรล่ะ?” “ฟุตบอล” เขาตอบ “โอเค แล้วอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดรองลงมาจากการเล่นฟุตบอล?” “การเป็นโค้ช… แต่พ่อต้องกลับไปเรียนนี่สิ พ่อไม่อยากกลับไปโรงเรียนแล้ว” “โอเค แต่ถ้าพ่อบอกให้พวกเราค้นหาแพสชั่นของตัวเอง พ่อก็ควรทำเหมือนกัน”
คำพูดนั้นคือจุดเปลี่ยน… “ดีน่ากระตุ้นผมอย่างแรง” เขาเล่า และการเดินทาง “กลับไปโรงเรียน” ก็เริ่มต้นขึ้น แม้จะต้องเจอกับการ “โดนตีกลับ” งานที่เขาภูมิใจด้วยกากบาทสีแดงถึง 3 ครั้งจากครูผู้สอน จนเกือบจะยอมแพ้ แต่คำพูดของลูกสาวก็ดึงเขากลับมา “พ่อจะเลิกกับแพสชั่นของพ่อเหรอ? ลุยต่อสิ ทำให้มันดีขึ้น”
“นั่นคือช่วงเวลาที่ผมยอมรับว่าผมไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอีกต่อไปแล้ว” เขากล่าว
บทเรียนจากสองปรมาจารย์: “เวนเกอร์” และ “เฟอร์กี้” ฟาน เพอร์ซี่ คือผลผลิตจากสองสุดยอดผู้จัดการทีม เขาเรียก อาร์แซน เวนเกอร์ ว่าเป็น “พ่อผู้สอนฟุตบอล” (My football father) ผู้สอนให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง “เวนเกอร์จะบอกว่า ‘โรบิน เธอยังไม่ใช่นักเตะระดับท็อป…’ แล้วก็เดินจากไป ปล่อยให้คุณไปคิดต่อเอาเอง” เขาเรียนรู้ที่จะมองหา “ผู้สร้างสรรค์” ในเกม เพราะ “หากไม่มีคนแอสซิสต์ ประตูก็ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้”
และจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาเรียนรู้ถึงพลังของ “สาส์นที่เรียบง่าย” และ “การบริหารจัดการคน” “เฟอร์กี้เคยพูดตอนพักครึ่งว่า ‘พวกเรา มันน่าเบื่อว่ะ! ลองนึกภาพฉันอายุ 72 ต้องมานั่งดูอะไรแบบนี้สิ โรบิน ทำให้ฉันตื่นเต้นหน่อย ลองจ่ายบอล 40 หลา ลองเลี้ยงหลบคู่แข่ง ฉันไม่สนหรอกว่ามันจะพลาด!'”
“เขามีทักษะในการบริหารจัดการที่ไม่ใช่แค่ทำให้นักเตะเศรษฐี 27 คนมีความสุข แต่คือคนทั้งตึก! ทั้งคาร์ริงตันตื่นเต้นและภูมิใจที่ได้ทำงานที่นั่น”
ฟาน เพอร์ซี่ อาจจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของอาชีพกุนซือ เขาอาจจะต้องเจอกับความพ่ายแพ้ที่ย่อยยับ (เหมือนเกมแพ้ อาแซด อัลค์มาร์ 1-9 สมัยคุม ฮีเรนวีน) แต่เขาก็เรียนรู้จากมัน และนำ “ความเร่งด่วนในการพัฒนา” มาใช้กับ เฟเยนูร์ด ในวันนี้
“ผมภูมิใจมากที่ได้เป็นโค้ชให้ทีมในวัยเด็กของผม” เขากล่าว
“ทุกวันที่ผมตื่นมา ผมมีความสุข ผมแค่อยากจะเป็นโค้ชที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้เพื่อผู้เล่นและสโมสร และทำให้พวกเขาภาคภูมิใจ”