BK8 – ในโลกฟุตบอลที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าทึ่ง คงไม่มีสโมสรไหนจะโดดเด่นไปกว่า เร็กซ์แฮม อีกแล้ว การเดินทางจากทีมนอกลีกสู่ แชมเปี้ยนชิพ ภายใต้การบริหารของสองดาราฮอลลีวูดอย่าง ร็อบ แมคเอลเฮนนีย์ และ ไรอัน เรย์โนลด์ส ถูกถ่ายทอดผ่านสารคดี “Welcome to Wrexham” จนโด่งดังไปทั่วโลก
และความทะเยอทะยานของพวกเขาก็ถูกตอกย้ำอีกครั้ง เมื่อ ไมเคิล วิลเลียมสัน ซีอีโอของสโมสร ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังความพยายามในการคว้าตัวนักเตะระดับโลกอย่าง คริสเตียน อีริคเซ่น เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
แต่จุดที่น่าสนใจที่สุด ไม่ใช่แค่การที่พวกเขา “กล้า” ทาบทาม… แต่คือ “ปฏิกิริยาแรก” จากฝั่งนักเตะ
วิลเลียมสันเล่าใน That Wrexham Podcast ว่า ในการติดต่อครั้งแรก เอเยนต์ของ อีริคเซ่น แสดงความกังวลอย่างชัดเจนว่า เร็กซ์แฮม สนใจในตัวนักเตะ เพราะต้องการนำ “เรื่องราว” ของเขาไปเป็นวัตถุดิบในสารคดีซีซั่นใหม่ ไม่ใช่เพราะ “ความสามารถ” ทางฟุตบอล
“ปฏิกิริยาแรกที่น่าสนใจมากคือ ‘เราไม่ต้องการให้เรื่องราวของเขาไปอยู่ในสารคดี'” วิลเลียมสันเล่า “เขาคิดว่าเราโทรไป ไม่ใช่เพราะความสามารถในฐานะนักฟุตบอล แต่เพราะเราต้องการเรื่องราวสำหรับสารคดี”
นี่คือมุมมองที่ “เจ็บปวด” แต่ก็ “เข้าใจได้” สำหรับ อีริคเซ่น ในวัย 33 ปี ผู้ซึ่งมี “เรื่องราว” ที่สะเทือนใจคนทั้งโลก จากเหตุการณ์หัวใจหยุดเต้นในสนามศึกยูโร 2020 เขาไม่ต้องการให้โศกนาฏกรรมส่วนตัวถูกนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการตลาด
จากความเข้าใจผิด สู่ “การเปิดประตู” ซีอีโอของ เร็กซ์แฮม ต้องรีบอธิบายว่านั่นไม่ใช่เป้าหมายของพวกเขาเลย “ผมแบบ ‘เดี๋ยวนะ ผมยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย’ เราโทรไปเพราะเขาอาจจะเป็นนักฟุตบอลที่น่าสนใจ เรากำลังมองหาผู้เล่นที่จะมาสร้างความแตกต่างใน แชมเปี้ยนชิพ”
แม้ว่าสุดท้ายแล้ว อีริคเซ่น จะปฏิเสธข้อเสนออย่างสุภาพ เพื่อไปค้าแข้งกับทีมใน “ลีกสูงสุด” (โวล์ฟสบวร์ก ในบุนเดสลีกา) แต่เรื่องราวกลับไม่จบเพียงเท่านั้น…
ดีลที่ “ล่ม” แต่ “สำเร็จ” อย่างน่าเหลือเชื่อ มาร์ติน ชูตส์ เอเยนต์ของ อีริคเซ่น ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงความพยายามครั้งนี้ของ เร็กซ์แฮม โดยยกย่องว่าเป็น “โปรเจกต์ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง” และการที่ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มันได้กลายเป็น “ผลดี” ที่ เร็กซ์แฮม ก็คาดไม่ถึง!
“ผมไม่คิดว่าเอเยนต์ของเขาจะออกมาพูดแบบนั้น” วิลเลียมสันยอมรับ “แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มันได้ส่งสัญญาณไปทั่วตลาดนักเตะ ว่าเรา ‘เอาจริง’ ในการแข่งขัน”
“มันช่วยเปิดประตูและบทสนทนาที่ทำให้เราสามารถดึงตัวผู้เล่นอย่าง คีฟเฟอร์ มัวร์, จอช วินดาสส์ หรือ คอเนอร์ โคดี้ เข้ามาได้”
เรื่องราวของ คริสเตียน อีริคเซ่น และ เร็กซ์แฮม จึงเป็นมากกว่าแค่ข่าวการย้ายทีมที่ล้มเหลว แต่มันคือบทพิสูจน์ถึงพลังของ “แบรนดิ้ง” และ “ความทะเยอทะยาน” ที่แม้แต่การ “พลาดเป้า” ก็ยังสามารถสร้างแรงกระเพื่อมที่ยิ่งใหญ่ให้กับสโมสรได้