เดิมพันหมดหน้าตัก! “โรซีเนียร์” กับการแก้เกมที่พา “เชลซี” พลิกนรก และคำถามเรื่องคุณภาพทีมชุดสอง – BK8thai
นับเป็นการเริ่มต้นชีวิตในฐานะผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกที่เร้าใจที่สุดครั้งหนึ่ง สำหรับ เลียม โรซีเนียร์ กุนซือหนุ่มวัย 41 ปี ที่เข้ามาสานงานต่อจาก เอ็นโซ่ มาเรสก้า เมื่อต้นเดือนมกราคม ล่าสุดเขาพา “สิงห์บลูส์” เชลซี ทำเรื่องเหลือเชื่อด้วยการพลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-2 กลับมาเอาชนะไปได้ 3-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ เชลซี ขยับขึ้นสู่พื้นที่ “ท็อปโฟร์” ทันที และเป็นการคว้าชัยชนะในลีก 3 นัดติดต่อกันภายใต้การคุมทีมของโรซีเนียร์ แต่เบื้องหลัง 3 คะแนนอันล้ำค่านี้ มีประเด็นให้พูดถึงมากมาย โดยเฉพาะการตัดสินใจแก้เกมที่เฉียบขาด (หรือจำเป็นต้องทำ?)
หลังจากกรำศึกหนักกับ นาโปลี ในแชมเปียนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ โรซีเนียร์ ตัดสินใจโรเตชั่นนักเตะถึง 7 ตำแหน่ง ผลลัพธ์คือฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่จนแฟนบอลใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ส่งเสียงโห่ไล่หลังจบครึ่งแรก โดยทีมตกเป็นรองคู่แข่งหนีตกชั้นอย่างเวสต์แฮมถึง 0-2
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงพักครึ่ง เมื่อโรซีเนียร์ตัดสินใจถอด 3 นักเตะที่โชว์ฟอร์มไม่ออกอย่าง อเลฮานโดร การ์นาโช่, จอร์เรล ฮาโต้ และ เบอนัวต์ บาเดียชิล ออกจากสนาม และส่งตัวหลักอย่าง มาร์ค กูกูเรย่า และ ชูเอา เปโดร ลงมาแทน
ผลลัพธ์เกิดขึ้นทันตาเห็น ตัวสำรองอย่าง กูกูเรย่า และ เปโดร ต่างทำคนละประตู ก่อนที่ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จะสวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยในช่วงทดเจ็บ
หลังจบเกม เกิดเสียงวิจารณ์แตกเป็นสองฝ่าย แพท เนวิน อดีตปีกเชลซี กล่าวผ่าน BBC Radio 5 Live ว่าสิ่งที่โรซีเนียร์ทำดูเหมือน “แท็กติกอัจฉริยะ” เพราะเขาพาทีมกลับมาชนะได้ด้วยระบบที่นักเตะคุ้นเคย
ในขณะที่ เจมี่ เรดแนปป์ กูรูจาก Sky Sports มองต่างมุมว่า “นี่คือการเปลี่ยนตัวที่ง่ายที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้” เพราะฟอร์มของตัวจริงในครึ่งแรกนั้นย่ำแย่เกินรับไหว
แม้จะได้ 3 แต้ม แต่ ร็อบ กรีน อดีตผู้รักษาประตูเชลซี เตือนสติว่า โรซีเนียร์ กำลังเผชิญปัญหาเดียวกับ มาเรสก้า นั่นคือ “ช่องว่างระหว่างตัวจริงและตัวสำรอง”
“โรซีเนียร์แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในครึ่งหลังได้ก็จริง แต่เขากำลังเจอปัญหาเดิม… นักเตะที่ไม่ได้อยู่ในชุด 11 ตัวจริงชุดใหญ่ มีระดับฝีเท้าที่ห่างชั้นจากตัวจริงมากเกินไป” กรีน กล่าว
ด้าน โรซีเนียร์ พยายามลดกระแสยกย่องการเปลี่ยนตัวของเขา โดยยกเครดิตให้กับ “หัวจิตหัวใจ” ของลูกทีม “สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มากที่สุดคือ สปิริต การต่อสู้ และความยืดหยุ่นของกลุ่มนักเตะนี้… เราพูดคุยกันถึงการตอบสนองต่อความผิดพลาด การเพรสซิ่ง พลังงาน ทั้งหมดนี้กลับมาในครึ่งหลัง ซึ่งผมไม่ได้มองว่ามันเกิดจากการเปลี่ยนตัวของผมเพียงอย่างเดียว” โรซีเนียร์ กล่าว
บททดสอบต่อไปของ โรซีเนียร์ จะหนักหนาสาหัสกว่าเดิม เมื่อพวกเขาต้องบุกไปเยือน อาร์เซนอล ในศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ เลกสอง วันอังคารนี้ โดยมีโจทย์ต้องพลิกสถานการณ์หลังแพ้มาในเลกแรก 2-3 แฟนสิงห์บลูส์ต้องลุ้นกันว่า ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นซ้ำสองหรือไม่