BK8thai – ฟุตบอลบนซากปรักหักพัง: แผนฟื้นฟูกาซาของ “ฟีฟ่า-ทรัมป์” กับเส้นบางๆ ระหว่างสันติภาพและเกมการเมือง
เรามักถูกสอนเสมอว่า “ฟุตบอลกับการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องแยกออกจากกัน” แต่ความเป็นจริงในโลกปัจจุบัน เส้นแบ่งที่ว่านั้นแทบจะเลือนลางจนมองไม่เห็น และเหตุการณ์ล่าสุดระหว่างสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) กับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด
จานนี อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ได้ประกาศความเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับ คณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมเปิดตัวแผน 3 ระยะเพื่อฟื้นฟู “ฉนวนกาซา” ดินแดนที่บอบช้ำจากไฟสงคราม โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการสร้างสนามฟุตบอลแห่งชาติความจุ 20,000 ที่นั่งให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี
โปรเจกต์เยียวยาความหวัง
แผนการของฟีฟ่าถูกวางไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน:
-
ระยะสั้น (3-6 เดือน): สร้างมินิพิตช์ (สนามฟุตบอลขนาดเล็ก) 50 แห่ง ใกล้โรงเรียนและแหล่งชุมชน
-
ระยะกลาง (12 เดือน): สร้างสนามขนาดมาตรฐาน 5 แห่งในหลายเขตเพื่อรองรับฟุตบอลอาชีพ
-
ระยะยาว (18 เดือน – 3 ปี): สร้างศูนย์ฝึกฟีฟ่าอะคาเดมี และสนามเหย้าแห่งชาติความจุ 20,000 ที่นั่ง
“เราไม่ได้สร้างแค่บ้าน โรงพยาบาล หรือโรงเรียน แต่เราต้องสร้างผู้คน อารมณ์ และความหวังขึ้นมาใหม่… และนั่นคือสิ่งที่ฟุตบอลทำได้” อินฟานติโน่ กล่าว
เบื้องหลังที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
แม้ฉากหน้าจะดูสวยงาม แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายทางการเมือง โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะมอบเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ชาติพันธมิตรอาหรับ 9 ชาติ (รวมถึงกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย) จะลงขันอีก 7 พันล้านดอลลาร์ ส่วนฟีฟ่าจะระดมทุน 75 ล้านดอลลาร์ และจะพาดาวดังระดับโลกไปลงเตะที่นั่น
อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเงิน 75 ล้านดอลลาร์จะมาจากไหน และที่สำคัญคือ “ไม่มีการเปิดเผยว่าสมาคมฟุตบอลปาเลสไตน์ได้เข้ามามีส่วนร่วมหารือในโปรเจกต์นี้หรือไม่”
ภาพลักษณ์ความเป็นกลางของฟีฟ่ายังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก เมื่ออินฟานติโน่ปรากฏตัวในงานของทรัมป์พร้อมสวมหมวกแก๊ปปักเลข “45-47” (สื่อถึงการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 45 และ 47 ของทรัมป์) ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
แรงเสียดทานจากศาลโลกและนักสิทธิมนุษยชน
ในขณะที่ฟีฟ่ากำลังพูดถึงสันติภาพ อีกมุมหนึ่งของโลก พวกเขากำลังเผชิญกับข้อหาฉกรรจ์ องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งได้ยื่นคำร้องต่อ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) กล่าวหาอินฟานติโน่ และ อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน (ประธานยูฟ่า) ว่ามีส่วน “สนับสนุนอาชญากรรมสงคราม” จากการเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในปาเลสไตน์
ก่อนหน้านี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) ได้เรียกร้องให้ฟีฟ่าแบนสมาคมฟุตบอลอิสราเอล แต่อินฟานติโน่ปฏิเสธอย่างหนักแน่น โดยให้สัมภาษณ์ว่า:
“การแบนอิสราเอลคือความพ่ายแพ้… เราไม่ควรแบนประเทศใดๆ จากการเล่นฟุตบอล เพียงเพราะการกระทำของผู้นำทางการเมืองของพวกเขา”
ฟุตบอลคือยาวิเศษที่ช่วยรักษาบาดแผลในใจผู้คนได้จริง แต่มันก็เป็นเครื่องมือทรงพลังที่นักการเมืองมักหยิบฉวยมาใช้สร้างภาพลักษณ์เช่นกัน โปรเจกต์ที่ฉนวนกาซาครั้งนี้ จะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หรือเป็นเพียงละครฉากใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ… เวลาเท่านั้นที่จะให้คำตอบที่แท้จริงได้