“ผมไม่ใช่พวกโหนกระแส”: วุฒิภาวะของ ‘พอเช็ตติโน่’ ท่ามกลางพายุการเมือง และข่าวลือรีเทิร์นสเปอร์ส – BK8
ในยุคที่เส้นแบ่งระหว่าง “กีฬา” และ “การเมือง” เริ่มเลือนลาง บุคคลสาธารณะมักถูกบีบคั้นให้ต้องแสดงจุดยืน แต่สำหรับ เมาริซิโอ พอเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมชาติสหรัฐอเมริกา เขามีเส้นแบ่งที่ชัดเจนในการปกป้องสมาธิของลูกทีม ก่อนสู้ศึก ฟุตบอลโลก 2026
ระหว่างการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการวิทยุสเปน Radiogaceta de los Deportes กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ถูกยิงคำถามถึงประเด็นร้อนแรงในสังคมอเมริกัน ทั้งเรื่องทีมฮอกกี้น้ำแข็งโอลิมปิกสหรัฐฯ, นโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และปฏิบัติการของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE)
สัญชาตญาณมนุษย์ vs ความรับผิดชอบในหน้าที่
พอเช็ตติโน่ ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะ “ยืนอยู่เฉยๆ” โดยไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะในฐานะมนุษย์ เขาย่อมเห็นอกเห็นใจผู้ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากความอยุติธรรม แต่เขาต้องรักษาสมดุลระหว่างความรู้สึกส่วนตัวกับหน้าที่รับผิดชอบ (ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ เขาเพิ่งตักเตือน ทิโมธี เวอาห์ ที่ออกมาวิจารณ์เรื่องราคาตั๋วฟุตบอลโลกที่แพงหูฉี่มาแล้ว)
“มันเป็นเรื่องยากที่จะไม่แสดงออก เพราะท้ายที่สุดแล้วความรู้สึกและอารมณ์มันมีอยู่จริง” พอเช็ตติโน่ อธิบาย “แต่เรามีความรับผิดชอบของเรา หน้าที่ของผมในฐานะโค้ชฟุตบอล คือการทำให้แน่ใจว่านักเตะมีสมาธิจดจ่อกับการทำผลงานให้ดีที่สุด… มันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะมาพูดเอาหล่อ (Populist) หรือพูดในสิ่งที่ฟังดูดีเพื่อกระตุ้นกระแสบางอย่างที่นอกเหนือจากบทบาทของผม แต่ผมเชื่อว่าตำแหน่งของผมไม่อนุญาตให้ผมพูดทุกอย่างที่คิดในฐานะแค่ ‘เมาริซิโอ พอเช็ตติโน่’ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้อื่น”
เขายังเน้นย้ำถึงหลักการของการอยู่ในองค์กรว่า “เมื่อคุณรับบทบาทใดบทบาทหนึ่ง คุณต้องวางตัวให้สอดคล้องกับบทบาทนั้น ถ้านักเตะอยากไปเล่นบอลโลก ก็ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ ถ้าคุณอยากพูดอย่างอิสระเสรี คุณก็ต้องก้าวออกจากระบบนี้ไป การแสดงความเห็นโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย มันดูเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก”
สยบข่าวลือ “ไก่เดือยทอง”
นอกจากประเด็นนอกสนาม พอเช็ตติโน่ยังถูกถามถึงข่าวลือหนาหูที่เชื่อมโยงเขากับการกลับไปคุม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมเก่าที่เขาสร้างชื่อ (ก่อนที่สเปอร์สจะตัดสินใจตั้ง อิกอร์ ทูดอร์ คุมทีมขัดตาทัพจนจบฤดูกาล) ซึ่งเขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มและมองว่าเป็นเพียงเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก
“ผมมักจะตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับสโมสรต่างๆ เสมอ ทั้งสเปอร์ส หรือเอสปันญ่อล” พอชกล่าว “ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อสถานการณ์ของสโมสรเก่าไม่ค่อยดี ผู้คนก็มักจะหวนนึกถึงอดีตและบอกว่า ‘ตอนเมาริซิโออยู่ เราเล่นฟุตบอลกันได้ดีนะ’ อะไรทำนองนั้น… แต่ไม่ใช่หรอก ตอนนี้ผมโฟกัสแค่ฟุตบอลโลกกับสหรัฐอเมริกา สัญญาของผมมีถึงหลังจบฟุตบอลโลก หลังจากนั้นเราค่อยมาดูกัน ผมเปิดรับทุกอย่างอยู่แล้ว”
ก้าวต่อไปของทัพพญาอินทรี
ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า พอเช็ตติโน่ เตรียมประกาศรายชื่อขุนพลทีมชาติสหรัฐฯ สำหรับเกมอุ่นเครื่องในเดือนมีนาคมกับ เบลเยียม และ โปรตุเกส ที่แอตแลนตา ซึ่งนี่จะเป็นแคมป์สุดท้ายก่อนที่เขาจะต้องตัดตัวผู้เล่นชุดลุยฟุตบอลโลก 2026
สหรัฐอเมริกา จะเปิดสนามฟุตบอลโลกที่ลอสแอนเจลิส ในวันที่ 12 มิถุนายน ดวลกับ ปารากวัย ก่อนจะพบกับ ออสเตรเลีย (19 มิ.ย.) และรอดวลกับทีมจากยุโรป (ตุรกี, สโลวาเกีย, โรมาเนีย หรือ โคโซโว) ในวันที่ 25 มิถุนายน
การรักษาสมาธิของทีมท่ามกลางกระแสการเมืองที่เชี่ยวกราก คือบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพอเช็ตติโน่ ว่าเขาจะสามารถนำพาทัพพญาอินทรีบินสูงในบ้านเกิดได้หรือไม่