BK8 – ฉากทัศน์สุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ด: อาณาจักรพันล้านของ ‘โรนัลโด้’ และวิสัยทัศน์ที่เหนือกว่าแค่เรื่องบนสนาม
“ผมไม่ปิดโอกาสที่จะเป็นเจ้าของสโมสรหรอกนะ… ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงปลายอาชีพแล้ว เต็มที่ก็อีกแค่ 2-3 ปี”
นั่นคือคำกล่าวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เมื่อปี 2023 ในวัย 38 ปี วันที่เขาเพิ่งเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่กับ อัล-นาสเซอร์ ในซาอุดีอาระเบีย… และเวลา 3 ปีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้ ในวัย 41 ปี แผนที่นำทางสู่การเกษียณอายุของโรนัลโด้มีความชัดเจนกว่าที่เคย เมื่อความฝันในการเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลได้กลายเป็นความจริง เขาจัดการซื้อหุ้น 25% ของสโมสร อูเด อัลเมเรีย (UD Almeria) ทีมในศึกเซกุนด้า ดิวิชั่น ผ่านบริษัท CR7 Sports Investments ของเขาเอง นี่คือการกลับคืนสู่วงการลูกหนังสเปนอีกครั้ง นับตั้งแต่อำลา เรอัล มาดริด ไปเมื่อปี 2018
“มันเป็นความทะเยอทะยานที่ผมมีมาอย่างยาวนาน ในการอุทิศตนเพื่อฟุตบอลในมิติที่เหนือไปกว่าเรื่องบนสนาม” โรนัลโด้ ระบุในแถลงการณ์
การขยับตัวครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า อาชีพค้าแข้งที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของเขากำลังจะรูดม่านปิดฉากลง เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย ยืนยันแล้วว่า ฟุตบอลโลกในช่วงซัมเมอร์นี้ จะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขาอย่าง “แน่นอน”
มหาเศรษฐีพันล้านคนแรกของโลกฟุตบอล
โรนัลโด้ไม่ใช่แค่นักเตะที่เก่งกาจ แต่เขายังเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ทรงอิทธิพล การก้าวมาเป็นเจ้าของสโมสร (เช่นเดียวกับ เดวิด เบ็คแฮม หรือ คีลิยัน เอ็มบัปเป้) ไม่ใช่เรื่องที่ใครก็ทำได้ หากปราศจากอำนาจทางการเงินที่แข็งแกร่ง
ข้อมูลจาก Bloomberg Billionaires Index ระบุว่า โรนัลโด้คือ “นักฟุตบอลคนแรก” ที่มีสถานะเป็นเศรษฐีพันล้าน โดยมีทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 1.04 พันล้านปอนด์ รายได้ของเขามาจากหลายช่องทาง ทั้งค่าเหนื่อยสถิติโลก 177 ล้านปอนด์ต่อปีกับ อัล-นาสเซอร์, สัญญาตลอดชีพกับแบรนด์ Nike มูลค่า 745 ล้านปอนด์ ไปจนถึงธุรกิจส่วนตัวและการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ระดับโลกมากมาย
ความมั่งคั่งนี้ ทำให้การเข้าซื้อหุ้น อัลเมเรีย (ซึ่งบริหารโดยกลุ่มทุน SMC ของ โมฮัมเหม็ด อัล-เคไรจิ นักธุรกิจชาวซาอุฯ ที่มีความสนิทสนมและมีส่วนสำคัญในการดึงเขามาเล่นในตะวันออกกลาง) อาจเป็นเพียงแค่เม็ดเงินเล็กๆ สำหรับการเริ่มต้นอาชีพที่สองของเขาเท่านั้น
ทฤษฎี “ตู้ปลาป่วย” และวิสัยทัศน์การบริหารสโมสร
สิ่งที่ทำให้การก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารสโมสรของโรนัลโด้น่าจับตามอง คือ “ความเข้าใจในโครงสร้าง” ของเขา ย้อนกลับไปเมื่อ 14 เดือนก่อน ในงาน Dubai Globe Soccer Awards เขาเคยวิจารณ์ปัญหาเชิงโครงสร้างของอดีตต้นสังกัดอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไว้อย่างเจ็บแสบและลึกซึ้ง
“ผมเคยบอกเรื่องนี้มาเป็นปีครึ่งแล้ว และจะพูดต่อไป ปัญหา (ของแมนยู) ไม่ใช่แค่เรื่องผู้จัดการทีม แต่มันเหมือนกับ ‘ตู้ปลา’“ “ถ้าคุณมีปลาที่ป่วยอยู่ในตู้ คุณเอามันออกมารักษาจนหายดี แล้วปล่อยกลับลงไปในตู้ปลาใบเดิม… ปลามันก็จะกลับมาป่วยอีก ปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นแบบนั้น มันลึกซึ้งกว่าเรื่องของโค้ช” “ถ้าผมเป็นเจ้าของสโมสร ผมจะทำให้ทุกอย่างชัดเจน และจัดการแก้ไขในสิ่งที่มันย่ำแย่”
วาทะดังกล่าวสอดคล้องกับบทสัมภาษณ์สะเทือนโลกที่เขาเคยให้ไว้กับ เพียร์ส มอร์แกน เมื่อปี 2021 ที่ระบุว่าตระกูลเกลเซอร์ มองแมนยูเป็นแค่ “สโมสรเพื่อการตลาด” และไม่ได้ใส่ใจเรื่องความสำเร็จด้านกีฬาอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจัยโครงสร้างเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ปีศาจแดงไม่สามารถก้าวไปทาบรัศมี แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล หรือ อาร์เซน่อล ได้
วันนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้มี “ตู้ปลา” เป็นของตัวเองแล้ว แม้จะเป็นตู้ปลาใบเล็กๆ ในลีกรองของสเปน แต่มันคือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่า… ชายที่เคยแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยการทำประตู จะสามารถใช้สมองและวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนสโมสรให้ประสบความสำเร็จในฐานะผู้บริหาร ได้ดีเหมือนตอนที่เขาสวมสตั๊ดหรือไม่