BK8 – บทเรียนแห่งสติ: ‘เนโต้’ สำนึกผิดขอโทษผลักเด็กเก็บบอล ท่ามกลางความพ่ายแพ้ของเชลซี
ฟุตบอลระดับสูงเปรียบเสมือนหม้ออัดแรงดันที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ เมื่อความคาดหวังพุ่งทะยานสวนทางกับเวลาที่เหลือน้อยลง สติสัมปชัญญะของนักเตะก็อาจหลุดลอยไปได้ง่ายๆ… และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เปโดร เนโต้ แนวรุกของ เชลซี ในค่ำคืนอันแสนปวดร้าวที่กรุงปารีส
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่เชลซีบุกไปโดน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถล่มยับ 5-2 เนโต้ วัย 26 ปี ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เขาเข้าไปผลักเด็กเก็บบอลจนล้มลงไปบนเก้าอี้เพื่อแย่งบอลมาเล่นให้เร็วที่สุด เหตุการณ์นี้จุดชนวนให้เกิดความวุ่นวายและการกระทบกระทั่งกันของนักเตะทั้งสองฝั่งในทันที
คำขอโทษจากใจ และล่ามจำเป็น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น อารมณ์เดือดดาลก็แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิด เนโต้ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทาง TNT Sports โดยยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชาย พร้อมเล่าถึงการเข้าไปเคลียร์ใจกับเด็กหนุ่มผู้เสียหาย
“ผมอยากขอโทษน้องเด็กเก็บบอลคนนั้น ผมได้เข้าไปคุยกับเขาแล้ว” เนโต้ เปิดใจ “ตอนนั้นเรากำลังตามหลัง และด้วยอารมณ์ร่วมในเกม ผมแค่อยากได้บอลมาเล่นให้เร็วที่สุด ผมเลยผลักเขาเบาๆ”
“ปกติผมไม่ใช่คนแบบนี้เลย มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ และผมอยากขอโทษ ผมมอบเสื้อของผมให้เขา ผมรู้สึกผิดมากๆ และรู้ว่าผมต้องขอโทษเขาด้วยตัวเอง”
ความน่ารักในความวุ่นวายนี้คือ ทักษะภาษาฝรั่งเศสของเนโต้ไม่ได้แข็งแรงนัก เขาจึงต้องพึ่งพา วิตินญ่า กองกลางเปแอสเช ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติโปรตุเกส ให้เข้ามาช่วยเป็นล่ามเพื่ออธิบายว่าเขาไม่ได้มีเจตนาร้าย
“ท้ายที่สุดเขาก็หัวเราะครับ ผมให้เสื้อเขาไปและพูดคำว่าขอโทษไปประมาณ 35 ครั้งได้ เขามองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและก็แฮปปี้กับสถานการณ์ตอนจบครับ” เนโต้ กล่าวเสริม
สติที่หลุดลอย: ปัญหาใหญ่ที่ ‘โรซีเนียร์’ ต้องเร่งแก้
แม้เรื่องราวนอกสนามจะจบลงด้วยดี แต่ปัญหาสภาพจิตใจของนักเตะเชลซียังคงเป็นประเด็นใหญ่ เลียม โรซีเนียร์ ผู้จัดการทีม ได้ออกมากล่าวขอโทษแทนสโมสรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับยอมรับว่าทีมของเขาสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิงในช่วงท้ายเกม
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น ผู้รักษาประตูที่ทำพลาดจนทีมเสียประตูที่ 3 พยายามจะเดินหนีเข้าอุโมงค์ทันทีหลังจบเกม จน โรเบิร์ต ซานเชซ ต้องเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้เขาเดินไปขอบคุณแฟนบอลเชลซีที่ตามมาเชียร์ ก่อนที่ยอร์เกนเซ่นจะไปยกมือยอมรับผิดในห้องแต่งตัว
“15 ถึง 20 นาทีสุดท้ายมันบ้าบอมากในหลายๆ แง่มุม” โรซีเนียร์ ยอมรับตรงๆ “ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้ แต่คุณต้องนิ่งให้พอในจังหวะเหล่านั้น รวมทั้งตัวผมเองด้วย แต่เราทำไม่ได้ และเราก็ถูกลงโทษโดยทีมที่เก่งมากๆ… เราเน้นย้ำเรื่องการตอบสนองเชิงบวกและการรักษาสติในจังหวะกดดันมาตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามา แต่เราก็ยังทำมันไม่ได้ หากเป็นแบบนี้เราจะไม่มีทางไปถึงศักยภาพสูงสุดของเราได้เลย”
สุดสัปดาห์นี้ เชลซี ต้องเปิดบ้านรับมือ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก ก่อนจะกลับมาล้างตากับ เปแอสเช ในนัดที่สองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์… บทเรียนราคาแพงที่ปารีสครั้งนี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ทัพสิงห์บลูส์จะสามารถเรียก “สติ” และ “ความนิ่ง” กลับมาได้ทันเวลาหรือไม่