เวลาไม่เคยรอใคร! ‘อันเชล็อตติ’ หั่น ‘เนย์มาร์’ หลุดโผบราซิล เซอร์ไพรส์เรียก ‘ติอาโก้’ ติดธงครั้งแรก

รอยต่อแห่งยุคสมัย: ‘เนย์มาร์’ หลุดโผเซเลเซา ขณะที่ ‘ติอาโก้’ คว้าโอกาสทองติดธงครั้งแรกBK8

ฟุตบอลคือภาพสะท้อนของสัจธรรมที่ว่า “เวลาไม่เคยรอใคร” ในขณะที่ดาวดวงใหม่กำลังเปล่งประกายเจิดจ้า ดาวดวงเดิมที่เคยส่องสว่างที่สุดก็อาจต้องยอมรับการหรี่แสงลง… การประกาศรายชื่อทีมชาติบราซิลชุดล่าสุดภายใต้การนำทัพของ คาร์โล อันเชล็อตติ คือภาพสะท้อนของประโยคนี้ได้อย่างชัดเจนที่สุด

แคมป์ทีมชาติในเดือนมีนาคมนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญครั้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2026 แต่ทว่า ในรายชื่อ 26 ขุนพลเซเลเซา กลับไร้เงาของ เนย์มาร์ ศูนย์หน้าซูเปอร์สตาร์วัย 34 ปี จากสโมสรซานโตส

บาดแผลที่พรากความฝัน

เนย์มาร์ เจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของบราซิล (79 ประตู จาก 128 นัด) ต้องเผชิญกับฝันร้ายจากอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง เขาไม่ได้สวมเสื้อทีมชาติอีกเลยนับตั้งแต่เอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) ฉีกขาดเมื่อเดือนตุลาคม 2023 แม้จะเพิ่งย้ายกลับมาซบทีมรักในวัยเด็กอย่าง ซานโตส เมื่อเดือนมกราคม 2025 และทำไป 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ แต่การต้องพักฟื้นจากการผ่าตัดเข่าซ้ายไปถึง 10 นัดในช่วงต้นฤดูกาล ทำให้สภาพร่างกายของเขายังไม่ดีพอในสายตาของอันเชล็อตติ

“ผมปรารถนาที่จะกลับไปติดทีมชาติและลงเล่นในฟุตบอลโลก แต่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม” เนย์มาร์ กล่าวเปิดใจด้วยน้ำเสียงที่ยอมรับความจริง “ไม่ว่าผมจะอยู่ที่นั่นหรือไม่ ผมก็จะเชียร์บราซิลอยู่เสมอ”

รางวัลของคนไม่ยอมแพ้: โอกาสครั้งแรกของ ‘อิกอร์ ติอาโก้’

ในขณะที่ประตูของเนย์มาร์ถูกปิดลง (ชั่วคราว) ประตูบานใหม่ก็เปิดรับ อิกอร์ ติอาโก้ ศูนย์หน้าวัย 24 ปีจาก เบรนท์ฟอร์ด อย่างเต็มภาคภูมิ

ผลงานอันร้อนแรงด้วยการตะบันไปถึง 19 ประตูจาก 30 นัด รั้งรองดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติเป็นครั้งแรกในชีวิต (แม้จะไม่เคยติดทีมชาติชุดเยาวชนเลยก็ตาม) นี่คือรางวัลของความมุ่งมั่น หลังจากที่เขาต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บในปีแรกที่ย้ายมาอังกฤษ จนก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้

นอกจากติอาโก้แล้ว อันเชล็อตติยังเปิดโอกาสให้นักเตะหน้าใหม่อีก 3 ราย ได้แก่ รายาน (กองหน้าวัย 19 ปี จากบอร์นมัธ), เลโอ เปเรยร่า (กองหลังวัย 30 ปี จากฟลาเมงโก้) และ กาเบรียล ซาร่า (กองกลางวัย 26 ปี จากกาลาตาซาราย) รวมถึงเรียกตัว เอ็นดริก (กองหน้าโอลิมปิก ลียง) กลับมาติดทีมอีกครั้ง

สำหรับบราซิล จะใช้เมืองออร์แลนโดเป็นฐานทัพในการเก็บตัว โดยมีคิวลงเตะเกมกระชับมิตรสุดเดือดกับ ทีมชาติฝรั่งเศส (26 มี.ค.) และ ทีมชาติโครเอเชีย (1 เม.ย.) เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่พวกเขาร่วมสาย ซี กับ โมร็อกโก, เฮติ และ สกอตแลนด์


???? รายชื่อ 26 ขุนพลทีมชาติบราซิล ชุดลุยศึกกระชับมิตร เดือนมีนาคม 2026

  • ผู้รักษาประตู: อลิสซอน (ลิเวอร์พูล), เบนโต้ (อัล นาสเซอร์), เอแดร์ซอน (เฟเนร์บาห์เช่)
  • กองหลัง: อเล็กซ์ ซานโดร (ฟลาเมงโก้), เบรเมอร์ (ยูเวนตุส), ดานิโล่ (ฟลาเมงโก้), ดักลาส ซานโตส (เซนิตฯ), กาเบรียล มากัลเญส (อาร์เซน่อล), อิบาเนซ (อัล-อาห์ลี), เลโอ เปเรยร่า (ฟลาเมงโก้), มาร์กินญอส (เปแอสเช), เวสลี่ย์ (โรม่า)
  • กองกลาง: อันเดรย์ ซานโตส (เชลซี), คาเซมิโร่ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), ดานิโล่ (โบตาโฟโก้), ฟาบินโญ่ (อัล-อิตติฮัด), กาเบรียล ซาร่า (กาลาตาซาราย)
  • กองหน้า: เอ็นดริก (ลียง), กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (อาร์เซน่อล), อิกอร์ ติอาโก้ (เบรนท์ฟอร์ด), ลุยซ์ เอ็นริเก้ (เซนิตฯ), มาเธอุส คุนญ่า (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), ราฟินญ่า (บาร์เซโลน่า), รายาน (บอร์นมัธ), วินิซิอุส จูเนียร์ (เรอัล มาดริด), ชูเอา เปโดร (เชลซี)