ไร้บัลลงดอร์แต่มีหัวใจ! ‘ราฟินญ่า’ คืนร่างทอง ร่ายมนต์พา บาร์เซโลน่า ขยี้ นิวคาสเซิล 7-2 ทะลุ 8 ทีม UCL

BK8คำตอบบนผืนหญ้า: ‘ราฟินญ่า’ คืนร่างทอง ดับซ่านิวคาสเซิล พิสูจน์คุณค่าที่โลกมองข้าม

ฟุตบอลมักมีเวทีให้ผู้ที่ทุ่มเทได้เปล่งประกายเสมอ… ค่ำคืนวันพุธที่ คัมป์ นู ชัยชนะอันบ้าคลั่งของ บาร์เซโลน่า เหนือ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 7-2 (สกอร์รวม 8-3) ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แต่มันคือการเฉลิมฉลองการกลับมาของชายผู้เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในระบบของ ฮันซี่ ฟลิค

ราฟินญ่า คือดวงดาวที่สว่างไสวที่สุดในค่ำคืนนั้น แนวรุกชาวบราซิลเลียนวัย 29 ปี มีส่วนร่วมโดยตรงถึง 6 ประตู! เขาเหมายิงเอง 2 ลูก, แอสซิสต์อีก 2, เรียกจุดโทษให้ ลามีน ยามาล สังหาร และเป็นคนยิงฟรีคิกที่นำไปสู่ประตูของ มาร์ค เบอร์นัล เขาอยู่ทุกที่บนสนาม วิ่งพล่านไปทั่วทุกตารางนิ้วด้วยความกระหายที่อยากจะมีส่วนร่วมกับเกมทั้งในยามที่มีและไม่มีบอล

ในโลกที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับบัลลงดอร์ มีเพียงไม่กี่คนที่จะมีความทุ่มเทเพื่อส่วนรวมได้มากมายขนาดนี้ ราฟินญ่าอาจไม่ได้มีพรสวรรค์ล้นฟ้าเท่า ลามีน ยามาล หรือมีสัมผัสบอลที่นุ่มนวลราวกับผ้าไหมอย่าง เปดรี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไม่มีใครในทีมบาร์เซโลน่าชุดนี้ ที่จะสร้างอิมแพ็คต่อสมดุลของทีมได้มากไปกว่าเขาอีกแล้ว

การต่อสู้กับสภาพร่างกาย และความเชื่อใจของ ‘ฟลิค’

ฤดูกาลนี้ ทัพอาซูลกราน่าต้องอดทนรอคอยให้ราฟินญ่ากลับมาอยู่ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด เขาโดนอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริงตามรังควานจนพลาดการลงสนามไปถึง 9 นัดในช่วงต้นซีซั่น และเมื่อกลับมาฟิตอีกครั้งในช่วงปลายเดือนมกราคม เขาก็ต้องเผชิญกับช่วงเวลาปืนฝืด คลำเป้าไม่เจอถึง 5 เกมติดในลีก

ในขณะที่นักเตะคนอื่นกำลังกรอบล้าจากโปรแกรมเตะที่อัดแน่น ฮันซี่ ฟลิค กลับมองเห็นปัญหาที่ต่างออกไป… สิ่งที่ราฟินญ่าต้องการไม่ใช่การพักผ่อน แต่คือ “การได้ลงเล่นมากขึ้น” ในเกมลีกนัดล่าสุดที่ถล่ม เซบีย่า 5-2 ฟลิคตัดสินใจโรเตชั่นทีม พักทั้ง ยามาล และ เปดรี้ แต่กลับส่งราฟินญ่าลงเล่นแทบจะเต็มเกม เบื้องหลังการตัดสินใจนี้คือบทสนทนาที่ฟลิคบอกกับลูกทีมว่า เขาต้องการช่วยให้ราฟินญ่าเรียกความมั่นใจกลับคืนมาให้ได้ และผลลัพธ์ก็งดงามหมดจด เมื่อแนวรุกชาวบราซิลตะบันแฮตทริกได้ภายใน 51 นาที เป็นการเตรียมความพร้อมที่สมบูรณ์แบบก่อนมาบรรเลงเพลงเตะใส่นิวคาสเซิล

ชายผู้ถูกประเมินค่าต่ำเกินไป

“ผมคิดว่าผมสมควรได้รับการยอมรับมากกว่านี้จากผลงานในฤดูกาลที่แล้ว” ราฟินญ่า เคยกล่าวไว้ด้วยความน้อยใจ “แต่สุดท้ายมันคือสิ่งที่ผมควบคุมไม่ได้ ผมพยายามควบคุมแค่สิ่งที่ผมทำบนสนาม และผมเชื่อว่าผมทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับผม”

ความรู้สึกว่าตัวเองถูกมองข้าม โดยเฉพาะในรางวัลส่วนตัว เป็นสิ่งที่ราฟินญ่าเก็บซ่อนไว้ในใจเสมอ แต่สำหรับคนทำฟุตบอลด้วยกัน พวกเขามองเห็นคุณค่านี้ชัดเจน ฮันซี่ ฟลิค ย้ำเสมอว่าทีมคิดถึงเขามากแค่ไหนยามที่เขาบาดเจ็บ หรือแม้แต่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือแอตเลติโก มาดริด คู่แข่งในรอบต่อไป ยังเคยเอ่ยปากชมว่า

“ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมราฟินญ่าถึงไม่ได้บัลลงดอร์ เขาทำได้ทุกอย่าง เล่นได้ทุกตำแหน่ง ยิงประตูได้ทุกรูปแบบ ถ้าคุณถามผมว่าใครเก่งที่สุด ผมจะเลือกเขาเสมอ”

ด้วยสถิติการมีส่วนร่วมกับประตูถึง 27 ลูก (19 ประตู, 8 แอสซิสต์) จาก 30 นัดในทุกรายการ ข้อครหาที่ว่าเขาเก่งแค่ฤดูกาลเดียวได้ถูกปัดตกไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครการันตีได้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ราฟินญ่าจะได้รับรางวัลเกียรติยศส่วนตัวอย่างที่เขาคู่ควรหรือไม่

แต่ตราบใดที่สองเท้าของเขายังคงวิ่งสู้ฟัด และหัวใจยังคงเต้นเพื่อตราสโมสรบนหน้าอก บาร์เซโลน่าในเวอร์ชันที่มีราฟินญ่าฟิตสมบูรณ์ ก็พร้อมที่จะท้าชนกับทุกทีมในยุโรป และเป้าหมายต่อไป… แอตเลติโก มาดริด ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย