BK8 – แผลในใจที่ไม่มีวันจาง: ‘โรนัลโด้’ รำลึกพ่อผู้ล่วงลับ เผยเหตุผลสุดเศร้าที่ทำให้ไม่กล้าไปสุสานอีกเลย
แม้จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการลูกหนังและมีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์วัย 41 ปี ก็ไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเอง ล่าสุด กองหน้ากัปตันทีมอัล นาสเซอร์ ได้โพสต์ข้อความสุดซาบซึ้งรำลึกถึงคุณพ่อผู้ล่วงลับ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติของประเทศโปรตุเกส (19 มีนาคม)
โรนัลโด้เริ่มต้นโพสต์บนอินสตาแกรมด้วยภาพครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าลูกๆ ทั้ง 5 คน แต่สิ่งที่เรียกน้ำตาจากแฟนบอลคือภาพที่สอง ซึ่งเป็นภาพของเขาในวัยหนุ่มที่ถ่ายคู่กับ โชเซ่ ดินิส อาเวยโร่ คุณพ่อที่จากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควรด้วยวัยเพียง 52 ปี เมื่อปี 2005
อาเวยโร่ เคยทำงานเป็นผู้ดูแลอุปกรณ์ให้กับ อันดอรินญ่า (Andorinha) สโมสรท้องถิ่นในมาเดยร่า และเขาคนนี้นี่เองที่เป็นคนแนะนำให้ลูกชายเริ่มต้นเส้นทางสายฟุตบอล ทว่าในวันที่เขาจากไปด้วยภาวะตับวาย โรนัลโด้เพิ่งย้ายมาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เพียง 2 ปี และยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะก้าวขึ้นไปยิ่งใหญ่ได้มากขนาดไหนในโลกฟุตบอล
“ผมมาจากที่ไหน และผมมีชีวิตอยู่เพื่อใคร สุขสันต์วันพ่อครับ (อิโมจิหัวใจสีแดง)” โรนัลโด้ เขียนแคปชั่นสั้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความหมาย
ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และบาดแผลที่ฝังลึก
โรนัลโด้เคยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เขามีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างซับซ้อนกับพ่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปัญหาพิษสุราเรื้อรังของคุณพ่อที่เป็นอดีตทหารผ่านศึก
เขาเคยเปิดใจกับ เพียร์ส มอร์แกน เมื่อปี 2019 ว่าอาการป่วยของคุณพ่อทำให้เขา “ไม่เคยรู้จักพ่อแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เลย… ผมไม่เคยได้คุยกับท่านแบบคนปกติทั่วไป มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก”
บาดแผลจากการสูญเสียครั้งนั้นรุนแรงจนกลายเป็นปมในใจ (Trauma) ที่ทำให้เขาไม่สามารถเข้าร่วมพิธีศพของ ดิโอโก้ โชต้า สตาร์รุ่นน้องทีมชาติโปรตุเกสและกองหน้าของลิเวอร์พูล ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2025 ได้ แม้หลายคนจะคาดหวังให้เขาไปร่วมไว้อาลัยในฐานะกัปตันทีมชาติก็ตาม
“สิ่งหนึ่งที่ผมทำไม่ได้เลยนับตั้งแต่พ่อเสียชีวิต คือการไปที่สุสาน… ผมไม่เคยไปเหยียบสุสานอีกเลย” โรนัลโด้เผยความในใจ
ด้าน คาเทีย อาเวยโร่ พี่สาวของโรนัลโด้ เคยเล่าถึงความทรงจำอันเลวร้ายในงานศพของคุณพ่อเมื่อปี 2005 ว่า นอกจากความเศร้าจากการสูญเสียแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับกองทัพสื่อมวลชนและฝูงชนที่ตามติดทุกฝีก้าว จนถึงขั้นทำลายหลุมศพและปีนป่ายกำแพงอย่างเสียมารยาท ทำให้ครอบครัวไม่สามารถบอกลาผู้เป็นพ่อได้อย่างสงบและสมเกียรติ ซึ่งเป็นความเจ็บปวดที่แสนสาหัส
ความเมตตาของ ‘ป๋าเฟอร์กี้’ ที่ไม่มีวันลืม
ในวัยเพียง 20 ปีที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด โรนัลโด้ยังคงจดจำความเมตตาของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้เป็นอย่างดี
“ท่านอาจจะจำไม่ได้แล้ว แต่ผมอยากเล่าเพราะมันเป็นเรื่องราวที่สวยงามมาก วันหนึ่งพ่อผมเข้าโรงพยาบาล ผมอารมณ์ดิ่งและเศร้ามาก ผมไปคุยกับท่าน และท่านบอกว่า ‘คริสเตียโน่ ไปดูแลพ่อสัก 2-3 วันเถอะ'”
“ตอนนั้นเรามีเกมสำคัญรออยู่ และผมก็เป็นผู้เล่นตัวหลัก แต่ท่านบอกว่า ‘มันอาจจะยากหน่อยเพราะเรามีเกมหนักๆ รออยู่ แต่ฉันเข้าใจสถานการณ์ของนาย ฉันจะดร็อปนายเอง นายไปหาพ่อเถอะ'”
“สำหรับผมแล้ว เรื่องพวกนี้มันสำคัญยิ่งกว่าการคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีก พรีเมียร์ลีก หรือถ้วยรางวัลไหนๆ เสียอีก ผมซาบซึ้งในตัวท่านมาก เพราะสิ่งที่ท่านพูด ท่านทำมันเสมอ ผมต้องขอบคุณท่านจริงๆ”
เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้ภาพลักษณ์ซูเปอร์สตาร์ที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีบาดแผล มีความเปราะบาง และมีความรักที่ยิ่งใหญ่ต่อครอบครัวไม่ต่างจากพวกเราทุกคน