ความผิดพลาดซ้ำรอยประวัติศาสตร์: เมื่อเสียงนกหวีดทำลายความสวยงามของเกม – BK8
เกมนัดกระชับมิตรระหว่างทีมชาติอังกฤษและทีมชาติอุรุกวัยที่เวมบลีย์เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ควรจะเป็นการอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ แต่ท้ายที่สุด มันกลับถูกจดจำในฐานะค่ำคืนแห่ง “ความสับสนวุ่นวาย” จากการตัดสินที่ต่ำกว่ามาตรฐาน
ไฮไลต์ของความผิดพลาดตกไปอยู่ที่ สเวน จาบลอนสกี้ ผู้ตัดสินชาวเยอรมัน ซึ่งสร้างเหตุการณ์ที่ชวนให้นึกถึงความผิดพลาดระดับตำนานของ เกรแฮม โพลล์ (ที่เคยแจก 3 ใบเหลืองให้นักเตะโครเอเชียในฟุตบอลโลก 2006)
ปริศนา 2 ใบเหลืองที่ไร้ใบแดงของ ‘อูการ์เต้’
เรื่องราวสุดงงนี้เกิดขึ้นในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม มานูเอล อูการ์เต้ กองกลางสายบู๊จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้วจากการทำฟาวล์รุนแรง ได้เข้าไปโวยวายใส่ผู้ตัดสินในจังหวะที่ เบน ไวท์ ทำประตูให้อังกฤษ จาบลอนสกี้ควัก “ใบเหลืองที่สอง” ออกมาแจกให้อูการ์เต้ แต่ทว่า… กลับไม่มีการชูใบแดงไล่ออกจากสนามแต่อย่างใด
มาร์เซโล บิเอลซ่า กุนซือจอมเก๋าของอุรุกวัย มองเห็นความผิดปกติและอ่านเกมขาด เขาจัดการเปลี่ยนตัวอูการ์เต้ออกจากสนามแทบจะในทันที เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงที่จะถูกไล่ออกย้อนหลัง
หลังสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา ความสับสนยังคงดำเนินต่อไป แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังทีมชาติอังกฤษออกมาเปิดเผยถึงคำอธิบายที่พวกเขาได้รับว่า “ตอนแรกเราได้รับแจ้งว่าอูการ์เต้โดน 2 ใบเหลือง แต่ใบที่สองถูกยกเลิก ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกเรามาก”
“แต่พอล่าสุด เรากลับได้รับแจ้งใหม่ว่า ใบเหลืองใบแรกของอูการ์เต้ แท้จริงแล้วเป็นการแจกให้ โฆเซ่ มาเรีย กิเมเนซ ต่างหาก สรุปคืออูการ์เต้ไม่โดนใบเหลืองเลยสักใบ”
เอียน ไรท์ ตำนานดาวยิงที่ผันตัวมาเป็นนักวิจารณ์ ถึงกับออกปากสับแหลกถึงคำอธิบายที่เปลี่ยนไปมานี้ว่า “พวกเขาแค่แต่งเรื่องขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เพื่อแก้ตัว ราวกับจะบอกให้พวกเราลืมภาพที่เพิ่งเห็นมากับตาตัวเองอย่างนั้นแหละ”
การเสียบสกัดที่อาจทำลายอาชีพ และความเงียบของ VAR
ความขุ่นเคืองของฝั่งอังกฤษไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องใบเหลืองปริศนา โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือทัพสิงโตคำราม แสดงความเดือดดาลอย่างเห็นได้ชัดกับความหละหลวมของผู้ตัดสิน โดยเฉพาะในจังหวะที่ โรนัลด์ อเราโฆ่ พุ่งเข้าเสียบสกัดอย่างรุนแรงใส่ ฟิล โฟเด้น จนเพลย์เมกเกอร์จากแมนฯ ซิตี้ ต้องเดินกะเผลกออกจากสนาม และได้รับอ้อมกอดปลอบใจจากทูเคิ่ลที่ข้างสนาม
“ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไม VAR ถึงไม่เข้ามาเช็กจังหวะนี้?” ทูเคิ่ลตั้งคำถามหลังเกม
แฮร์รี่ แม็กไกวร์ สมทบด้วยความโกรธเคืองว่า “มันคือใบแดงชัดเจน คุณไม่ควรปล่อยให้การเข้าสกัดแบบนั้นรอดพ้นจากการโดนไล่ออก” ในขณะที่ เอ็มม่า เฮย์ส กุนซือทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐฯ ซึ่งร่วมบรรยายในเกมนี้ ให้ความเห็นที่น่าตกใจว่า “อเราโฆ่อาจจะทำให้ขาของโฟเด้นหักได้เลย มันคือใบแดงร้อยเปอร์เซ็นต์”
บทสรุปที่ทิ้งไว้เพียงคำถาม
ฟุตบอลคือกีฬาที่ขับเคลื่อนด้วยแพสชั่นและอารมณ์ร่วม แต่เมื่อผู้คุมกฎในสนามสูญเสียการควบคุมและขาดความชัดเจน เกมที่สวยงามก็อาจแปรเปลี่ยนเป็นความอันตรายและความหงุดหงิด ค่ำคืนที่เวมบลีย์ครั้งนี้ จะกลายเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่วงการผู้ตัดสินต้องนำไปทบทวน เพื่อไม่ให้ภาพจำของแฟนบอล ต้องถูกบดบังด้วยเสียงนกหวีดที่ไร้มาตรฐานอีกต่อไป