BK8 – ความพยายามครั้งใหม่! ‘อบราโมวิช’ ดันมูลนิธิระดับโลก หวังปลดล็อกเงินขายเชลซี 2.35 พันล้านปอนด์
แม้การเปลี่ยนผ่านเจ้าของสโมสรฟุตบอล เชลซี ไปสู่กลุ่มทุน BlueCo จะเสร็จสิ้นไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2022 แต่ผลพวงจากการตกลงครั้งประวัติศาสตร์นั้นยังคงยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเม็ดเงินจำนวน 2.35 พันล้านปอนด์ ที่ยังคงถูกแช่แข็งจากทางการสหราชอาณาจักร
ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่จะพยายามทลายกำแพงข้อพิพาทระหว่าง โรมัน อบราโมวิช อดีตเจ้าของสโมสร และรัฐบาลอังกฤษ เมื่อมีการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการกุศลแห่งสหราชอาณาจักร (UK Charity Commission) เพื่อขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิใหม่
ทีมผู้บริหารระดับโลกแห่ง Foundation for the Victims of Conflict
มูลนิธิดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่า “Foundation for the Victims of Conflict” (มูลนิธิเพื่อผู้ตกเป็นเหยื่อแห่งความขัดแย้ง) โดยมีเป้าหมายในการนำเงินก้อนนี้ไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะระดับโลก ซึ่งสะท้อนผ่านรายชื่อคณะกรรมการมูลนิธิ (Trustees) ที่เต็มไปด้วยบุคคลระดับท็อปของวงการมนุษยธรรม ได้แก่:
- ไมค์ เพนโรส (Mike Penrose): อดีตผู้บริหารระดับสูงของยูนิเซฟ (UNICEF) ที่จะเข้ามาเป็นผู้ดูแลหลัก
- มาร์ติน กริฟฟิธส์ (Martin Griffiths): นักการทูตอาวุโสของสหราชอาณาจักร และอดีตรองเลขาธิการสหประชาชาติด้านกิจการมนุษยธรรม
- แครีล สเติร์น (Caryl Stern): อดีตประธานและซีอีโอของ UNICEF USA และอดีตผู้อำนวยการบริหารของ Walton Family Foundation (องค์กรการกุศลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา)
- นิมโค อาลี (Nimco Ali): ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ The Five Foundation องค์กรระดับโลกที่รณรงค์ยุติการทำร้ายอวัยวะเพศหญิง
โฆษกของคณะกรรมการการกุศลฯ ยืนยันว่าได้รับใบสมัครแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบว่ามูลนิธิดังกล่าวเข้าข่ายตามคำจำกัดความทางกฎหมายของการเป็นองค์กรการกุศลหรือไม่
จุดแตกหัก: ‘โลก’ หรือ ‘ยูเครน’?
ใจความสำคัญของข้อพิพาทที่ทำให้เงินก้อนนี้ถูกแช่แข็งมายาวนานกว่า 4 ปี คือ “จุดประสงค์ของการใช้เงิน”
รัฐบาลอังกฤษยืนกรานมาตลอดว่า เงินจากการขายสโมสรเชลซีจะต้องถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรมในยูเครนเท่านั้น ขณะที่ฝั่งของอบราโมวิช และเจตนารมณ์ของมูลนิธิใหม่ที่ตั้งขึ้น ต้องการให้เม็ดเงินนี้กระจายไปช่วยเหลือเหยื่อจากความขัดแย้ง ในระดับสากล ทั่วโลก
ความตึงเครียดนี้ถึงขั้นที่ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ออกโรงขู่ใช้มาตรการทางกฎหมายกับมหาเศรษฐีชาวรัสเซียเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หากเขาไม่ยอมรับเงื่อนไข โดยเตือนว่า “เวลาใกล้จะหมดลงแล้ว”
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ (FCDO) ยังคงตอกย้ำจุดยืนเดิมอย่างหนักแน่นว่า “ความสำคัญสูงสุดของเราคือการสร้างความมั่นใจว่าเงินทุนเหล่านี้จะส่งถึงมือกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในยูเครน ซึ่งต้องทนทุกข์ทรมานมานานกว่า 4 ปี”
การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยังมองไม่เห็นจุดจบ
ทีมทนายความของอบราโมวิชไม่ได้นิ่งเฉย พวกเขาตอบโต้ว่าเงินที่ได้จากการขายเชลซีนั้นเป็นของอบราโมวิชโดยสมบูรณ์ และพร้อมที่จะต่อสู้ทางกฎหมายหากมีการพยายามยึดทรัพย์ นอกจากนี้ พวกเขายังมองว่าการกระทำของรัฐบาลอังกฤษดูเหมือนจะเป็น “มาตรการลงโทษ” ต่อตัวอบราโมวิชมากกว่า
เรื่องนี้ยังเกี่ยวพันไปถึงการสืบสวนคดีของอบราโมวิชในเกาะเจอร์ซีย์ ซึ่งมีการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเขามูลค่ากว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2022
แม้ว่า “Foundation for the Victims of Conflict” จะได้รับการอนุมัติให้เป็นมูลนิธิอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ แต่ก็ยัง ไม่มีการรับประกันใดๆ ว่ารัฐบาลอังกฤษจะยอมปลดล็อกเงิน 2.35 พันล้านปอนด์ออกมา ซึ่งเราคงต้องจับตาดูการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายในสัปดาห์ต่อๆ ไป ว่ามหากาพย์ที่ลากยาวมาตรึ่งทศวรรษนี้ จะหาจุดลงตัวที่แท้จริงได้หรือไม่