สิ้นสุด 25 ปีแห่งการรอคอย! เจาะลึก ‘โคเวนทรี ซิตี้’ จากยุคมืดสู่การผงาดคัมแบ็กพรีเมียร์ลีกด้วยมนต์ขลัง ‘แฟรงค์ แลมพาร์ด’

BK8ปาฏิหาริย์แห่งริคอร์ อารีน่า: ‘แลมพาร์ด’ กอบกู้ ‘โคเวนทรี’ จากขุมนรกสู่แสงสว่างแห่งพรีเมียร์ลีก

ในปี 2014 สตีฟ ฮาร์ดิ้ง แฟนบอลพันธุ์แท้ของ โคเวนทรี ซิตี้ ต้องเผชิญกับจุดต่ำสุดในชีวิตการเชียร์ฟุตบอล เขาและแฟนบอลส่วนใหญ่พร้อมใจกันบอยคอตไม่เข้าชมเกม เพื่อประท้วงการบริหารงานอันย่ำแย่ของกลุ่มทุน Sisu Capital ซึ่งทำให้ทีมรักต้องระหกระเหินไปเช่าสนาม นอร์ทแธมป์ตัน ทาวน์ ลงเตะเกมเหย้า

ตัดภาพมาที่ 12 ปีให้หลัง สตีฟ และ สก็อตต์ ลูกชายของเขา กำลังจะเป็น 1 ใน 5,000 แฟนบอลที่จะได้รับรางวัลเป็น “ตั๋วปีฟรี” สำหรับฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเกือบจะแน่นอนแล้วว่าจะเป็นฤดูกาลแรกที่ โคเวนทรี คัมแบ็กสู่ พรีเมียร์ลีก หลังจากห่างหายไปนานถึง 25 ปี!

อดีตอันขมขื่น และความทรงจำที่สัมผัสได้

ความตกต่ำที่สุดของทัพ “ช้างกระทืบโรง” ภายใต้กลุ่มทุน Sisu คือการต้องไปขอแชร์สนามกับทั้ง นอร์ทแธมป์ตัน (2014) และ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ (2019-21) แถมยังร่วงหล่นลงไปถึงลีกระดับ 4 (ลีกทู) ในฤดูกาล 2016-17

ทว่าในช่วงเวลาที่มืดมิด มาร์ก โรบิ้นส์ อดีตกุนซือ ได้เข้ามาจุดประกายความหวัง พาทีมเลื่อนชั้นจากลีกทูขึ้นมาสู่แชมเปี้ยนชิพ แม้จะต้องอกหักพ่ายดวลจุดโทษ ลูตัน ทาวน์ ในนัดชิงเพลย์ออฟเลื่อนชั้นปี 2023 แต่เขาก็ได้ปูรากฐานที่แข็งแกร่งเอาไว้

ขณะเดียวกัน นอกสนาม ดั๊ก คิง นักธุรกิจท้องถิ่น ได้เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร ยุติยุคอันมืดมนของ Sisu ในช่วงกลางฤดูกาล 2022-23 และเริ่มปรับโครงสร้างทางการเงินให้กลับมามั่นคงอีกครั้ง

การตัดสินใจสุดช็อก และ ‘Lampard Effect’

แม้จะได้รับการยกย่อง แต่การตัดสินใจปลด มาร์ก โรบิ้นส์ ในเดือนพฤศจิกายน 2024 แล้วแต่งตั้ง แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามาแทน สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลและนักเตะไม่น้อย

“การจากไปของมาร์กเป็นเรื่องช็อกมาก” เจย์ ดาซิลวา ฟูลแบ็กของทีมยอมรับ “แต่สำหรับ แฟรงค์ แลมพาร์ด ชื่อของเขาการันตีตัวเองอยู่แล้ว ทันทีที่เขาก้าวเข้ามา คุณจะเห็นเลยว่าเขาสร้างประกายไฟให้เกิดขึ้นทั่วทั้งสโมสร และทุกอย่างก็พุ่งทะยานขึ้นนับตั้งแต่นั้นมา”

การเข้ามาของแลมพาร์ด ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโค้ช แต่เป็นการปลุกศักยภาพนักเตะที่มีอยู่เดิมให้ระเบิดฟอร์มออกมา ทั้งกัปตันทีม แมตต์ ไกรมส์, ปีกจอมเลื้อย ทัตสึฮิโระ ซากาโมโตะ และ เอฟรอน เมสัน-คลาร์ก รวมถึง 3 กองหน้าอย่าง ฮาจิ ไรท์, แบรนดอน โธมัส-อาซานเต้ และ เอลลิส ซิมม์ส ที่ดาหน้ายิงประตูทะลุเลขสองหลักกันทุกคน

และนับเป็นการกอบกู้ชื่อเสียงของตัวแลมพาร์ดเองด้วย หลังจากที่เคยล้มเหลวกับการคุม เชลซี และ เอฟเวอร์ตัน

“ผมเป็นคนมีความมุ่งมั่น เมื่อผมรับงาน ผมต้องการทำมันให้ดีที่สุด” แลมพาร์ดในวัย 47 ปี กล่าว “ผมไม่ได้สนใจเรซูเม่ของตัวเองมากนัก แต่ผมสนุกกับช่วงเวลานี้ที่เราชนะหลายเกม และผมชอบดูทีมของผมเล่น ถ้าเราสร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลได้ มันก็เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม”

เจ้าของรังเหย้าเต็มตัว และโบนัสที่คู่ควร

ข่าวดีที่สุดนอกสนามคือการที่สโมสรได้ซื้อสนาม เดอะ โคเวนทรี บิลดิ้ง โซไซตี้ อารีน่า มาเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ยุติปัญหาปวดหัวเรื่องการเช่าสนามที่ยืดเยื้อมานาน

นอกจากนี้ ดั๊ก คิง ยังทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อปี 2023 นั่นคือแฟนบอลที่ยอมจ่ายค่าตั๋วปีในราคาที่ปรับขึ้นแบบแพ็กเกจ 5 ปี จะได้รับ สิทธิ์ดูฟรีในฤดูกาลแรกที่ทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก

“มันเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมาก” ฮาร์ดิ้ง แฟนบอลรุ่นเก๋ากล่าวด้วยรอยยิ้ม “จ่ายเพิ่มแค่ 80 ปอนด์ในปีแรก ครอบครัวและเพื่อนผม 8-9 คนเลยสมัครกันหมด ฤดูกาลหน้าพวกเราก็จะได้ดูฟรีกันถ้วนหน้าเลย”

โคเวนทรี ต้องการอีกเพียง 4 คะแนนจาก 5 นัดสุดท้าย เพื่อการันตีตั๋วเลื่อนชั้นอัตโนมัติ สำหรับแฟนบอลที่เจ็บปวดมานานกว่าสองทศวรรษ นี่คือช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง และเตรียมตัวแพ็กกระเป๋าเดินทางไปเยือนสังเวียนระดับโลกอย่าง แอนฟิลด์ และ โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง