ฟังขึ้นไหม? ‘โยเคเรส’ อ้าง ‘สนามแห้ง’ ต้นเหตุพลาดหมูหกทำ อาร์เซน่อล พ่าย บอร์นมัธ สะเทือนลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

BK8ข้ออ้างสุดมึน! ‘โยเคเรส’ โทษสนามแห้งทำปืนใหญ่พ่ายบอร์นมัธ ส่อสะเทือนบัลลังก์แชมป์ลีก

วิคเตอร์ โยเคเรส กองหน้าตัวเก่งของ อาร์เซน่อล ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยเหตุผลที่ทำเอาแฟนบอลต้องเลิกคิ้วสงสัย หลังอ้างว่าสภาพ “สนามที่แห้งเกินไป” ของ เอมิเรตส์ สเตเดียม คือต้นเหตุที่ทำให้เขาพลาดโอกาสทอง ในเกมที่ทัพ “ปืนใหญ่” พลิกล็อกพ่ายคาบ้านต่อ บอร์นมัธ 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ความพ่ายแพ้นัดนี้ส่งผลให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แพ้เป็นนัดที่ 3 จาก 4 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ และทำให้เส้นทางการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงอีกครั้ง แม้ปัจจุบันพวกเขาจะมีแต้มนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 9 คะแนน แต่ทัพ “เรือใบสีฟ้า” มีเกมตกค้างในมือถึง 2 นัด แถมสัปดาห์หน้า อาร์เซน่อล ยังต้องบุกไปเยือนถิ่น เอติฮัด สเตเดียม ในเกมชี้ชะตาอีกด้วย

พลาดหมูหกช่วงท้ายเกม

ในเกมดังกล่าว โยเคเรส เป็นผู้สังหารจุดโทษตีเสมอให้กับทีมในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก แต่ทว่าในช่วงท้ายเกม เขากลับพลาดโอกาสทองที่จะช่วยทีมตามตีเสมออย่างเหลือเชื่อ จังหวะที่บอลตกมาถึงเขาในขณะที่ ยอร์เย่ เปโตรวิช ผู้รักษาประตูบอร์นมัธ ออกมาผิดจังหวะแล้ว แต่ดาวยิงชาวสวีดิชกลับซัดข้ามคานออกไปหน้าตาเฉย นอกจากนี้ เขายังโหม่งหลุดกรอบในนาทีที่ 92 และทิ้งโอกาสงามๆ ไปอีกครั้งในนาทีถัดมา

หลังจบเกม โยเคเรส ได้ให้สัมภาษณ์กับ BBC เพื่ออธิบายถึงจังหวะผิดพลาดดังกล่าวว่า:

“ช่วงท้ายเกมเรามีโอกาสเข้าทำที่โอเคเลยนะ พูดตามตรง สภาพสนามตรงจุดนั้นมันอาจจะแห้งไปสักหน่อย ซึ่งนั่นไม่ได้ช่วยให้เล่นง่ายเลย” โยเคเรส กล่าว

“เราทุกคนต้องทำให้ดีกว่านี้และฉกฉวยโอกาสให้ได้ เราไม่จำเป็นต้องไปจมปลักกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ เราต้องมองไปข้างหน้า คิดบวก และตั้งตารอเกมต่อๆ ไป”

ฟอร์มโดยรวมที่เริ่มแกว่ง

แม้จะโดนวิจารณ์จากข้ออ้างดังกล่าว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า โยเคเรส คือกำลังสำคัญของอาร์เซน่อลนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ เขาทำไปแล้วถึง 18 ประตูในทุกรายการ (โดยเป็น 11 ประตูที่เกิดขึ้นในปี 2026) ลบคำสบประมาทในช่วงต้นฤดูกาลหลังย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยค่าตัว 64 ล้านปอนด์ได้อย่างหมดจด ในวันที่อาร์เซน่อลยิงตรงกรอบแค่ 3 ครั้ง จุดโทษของเขาก็คือสิ่งเดียวที่ทำให้ทีมยังมีลุ้นจนถึงนาทีสุดท้าย

ส่วนฝั่งทีมเยือน บอร์นมัธ ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยได้ประตูขึ้นนำจาก อีไล จูเนียร์ ครูปี้ ในครึ่งแรก ก่อนที่ อเล็กซ์ สกอตต์ จะมาพังประตูชัยในนาทีที่ 74 ยืดสถิติไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีกเป็น 12 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของสโมสร

สัญญาณอันตรายในโค้งสุดท้าย

ความผิดหวังในเกมนี้ทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นบางส่วนเดินออกจากสนามก่อนหมดเวลา ขณะที่คนที่อยู่ต่อก็ส่งเสียงโห่ไล่ทีมรัก นี่คือสถานการณ์ที่น่ากังวลสำหรับเป้าหมายในการล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004

แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะชนะรวดมา 4 นัดในลีก แต่รูปแบบการเล่นดูฝืดเคืองลงอย่างเห็นได้ชัด ความพ่ายแพ้ต่อ แมนฯ ซิตี้ 2-0 ในนัดชิง คาราบาว คัพ เมื่อเดือนก่อน ถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของจิตใจ ซ้ำร้ายยังเพิ่งกระเด็นตกรอบ เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยน้ำมือของทีมฟอร์มแรงจากแชมเปี้ยนชิพอย่าง เซาแธมป์ตัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ความกดดันทั้งหมดกำลังถาโถมเข้าใส่พลพรรค “ปืนใหญ่” และเกมบุกเยือน แมนฯ ซิตี้ ในสัปดาห์หน้า จะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงว่า พวกเขาดีพอที่จะก้าวขึ้นไปเถลิงบัลลังก์แชมป์ลีกในปีนี้ได้หรือไม่