BK8 – อารมณ์ดิบและความจริงใจ: เบื้องหลัง ‘ฮาลันด์’ หลุดสบถออกทีวี และรอยขาดบนเสื้อจากศึกดวล ‘กาเบรียล’
ฟุตบอลคือกีฬาที่ขับเคลื่อนด้วยแพสชั่น และบางครั้งอารมณ์ที่พลุ่งพล่านหลังสิ้นเสียงนกหวีด ก็อาจทำให้ความสมบูรณ์แบบหน้ากล้องหลุดกรอบไปบ้าง…
หลังเกมบิ๊กแมตช์ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือนชนะ อาร์เซน่อล 2-1 สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่าง Sky Sports ต้องรีบกล่าวขอโทษผู้ชมเป็นการด่วน เมื่อ เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่ง หลุดสบถคำหยาบกลางการให้สัมภาษณ์สด เพื่อยกย่องเพื่อนร่วมทีมอย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา
ร่างทองของ ‘แบร์นาร์โด้’ ในสายตาฮาลันด์
ฮาลันด์ (ผู้ทำประตูชัย) และ แบร์นาร์โด้ (ผู้คว้ารางวัลแมนออฟเดอะแมตช์) มาให้สัมภาษณ์คู่กันหลังเกม มันเป็นฟอร์มการเล่นที่ทุ่มเทสุดตัวของมิดฟิลด์ชาวโปรตุเกส ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเขาเตรียมจะอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้
มีจังหวะหนึ่งในช่วงท้ายเกมที่ แบร์นาร์โด้ ซึ่งมีส่วนสูงเพียง 173 เซนติเมตร กระโดดเทกตัวขึ้นโหม่งสกัดบอลอันตรายในกรอบเขตโทษ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับฮาลันด์ เจ้าของความสูง 194 เซนติเมตร เป็นอย่างมาก
“ผมจำจังหวะครอสลูกนั้นได้ ผมบอกเขาหลังจบจังหวะโหม่งเคลียร์เลยว่า… นายนี่มันเหมือน คันนาวาโร่ ชิบเป๋งเลยว่ะ (f—ing Cannavaro)” ฮาลันด์กล่าว โดยอ้างอิงถึง ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ตำนานเซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลก และเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 2006
เมื่อ แพทริค เดวิดสัน ผู้สื่อข่าวของ Sky Sports รีบเตือนฮาลันด์เรื่องการใช้คำหยาบ ดาวยิงนอร์วีเจียนกลับตอบกลับด้วยความจริงใจและตรงไปตรงมาว่า:
“โธ่เอ๊ย ในชีวิตเราทุกคนก็เคยสบถกันทั้งนั้นแหละ… ผมแค่บอกเขาว่าเขาเหมือนคันนาวาโร่ วันนี้ผมคงไม่ทำให้นายซึ้งจนร้องไห้หรอกนะเบอร์นี่ แต่นายเล่นได้โคตรดีเหมือนเคยเลยจริงๆ”
ศึกดวลเดือดกับ ‘กาเบรียล’
นอกจากการสัมภาษณ์สุดฮาแล้ว ฮาลันด์ยังถูกถามถึงจังหวะปะทะดุเดือดกับ กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังอาร์เซน่อล ที่ดึงเสื้อฮาลันด์จนขาดกระจุย และยังมีจังหวะที่ทั้งคู่เอาหน้าผากชนกันอย่างดุดัน
“ผมไม่รู้สิ ผมคิดว่าปล่อยให้คนอื่นตัดสินดีกว่าว่าผมชนะการดวลครั้งนั้นหรือไม่” ฮาลันด์ตอบด้วยความเยือกเย็น “แต่แน่นอน ผมทำประตูได้ ผมชนะการดวลในจังหวะชี้ขาดนั้น… บอลเปิดมาดีมาก และการจบสกอร์ก็สมบูรณ์แบบ ท้ายที่สุดมันคือประตูที่ยอดเยี่ยม เป็นจังหวะตัดสิน และเราเป็นผู้ชนะ”
เมื่อถูกถามว่า กาเบรียล สมควรโดนใบแดงหรือไม่จากจังหวะที่เอาหน้าผากมาชน ฮาลันด์แสดงให้เห็นถึงสปิริตของลูกผู้ชายที่เกิดมาเพื่อชน มากกว่าจะสำออยเพื่อเรียกฟาวล์
“ผมคิดว่านะ ถ้าผมทิ้งตัวลงไปกองกับพื้นตรงนั้น ซึ่งผมไม่มีทางทำเด็ดขาดเว้นแต่จะมีใครมาทำร้ายผมจริงๆ… มันก็อาจจะเป็นใบแดงล่ะมั้ง ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่มันก็เป็นไปแล้วล่ะ”
“ผมโดนใบเหลืองด้วย ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลเท่าไหร่… เขาเดินเข้ามาหาผมเองนะ แต่ก็นั่นแหละ ฟุตบอลก็แบบนี้แหละ”
ภายใต้ความดุดันและพละกำลังที่มหาศาล เออร์ลิง ฮาลันด์ ได้แสดงให้เห็นถึงอีกมุมหนึ่งของเขา ทั้งความเป็นธรรมชาติที่ไม่ต้องประดิษฐ์คำพูด ความรักที่มีต่อเพื่อนร่วมทีมที่กำลังจะจากลา และสปิริตนักสู้ที่ไม่ยอมทิ้งตัวล้มเพื่อฉวยโอกาส… นี่คือสเน่ห์ที่ทำให้แฟนบอลซิตี้รักกองหน้าคนนี้อย่างหมดหัวใจ