BK8 – สลายมโนฟุตบอลโลก 2026: ท่องเที่ยวสหรัฐฯ ส่อแววกร่อย ยอดจองโรงแรมดิ่ง-ราคาฮวบ
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2022 จานนี อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า เคยให้คำมั่นสัญญาอย่างสวยหรูว่า ศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม จะนำพาผู้คนนับสิบล้านคนและเม็ดเงินมหาศาลมาสู่ทวีปอเมริกาเหนือ ทว่าเมื่อเข็มนาฬิกานับถอยหลังเหลือเพียง 2 เดือนก่อนเกมนัดเปิดสนาม ความเป็นจริงกลับไม่หอมหวานอย่างที่คิด
อุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภาวะ “ผิดคาด” อย่างหนัก เมื่อยอดจองห้องพักไม่ได้ถล่มทลาย และราคาที่เคยพุ่งปรี๊ดกำลังดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด
จากจุดพีค สู่การหั่นราคา 40%
หลังจากการประกาศตารางแข่งขันเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โรงแรมใน 16 เมืองเจ้าภาพต่างพากันอัปราคาห้องพักขึ้นเฉลี่ยถึง 328% โดยราคาเฉลี่ยพุ่งไปแตะระดับ 1,013 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 37,000 บาท) ต่อคืนในช่วงเกมนัดเปิดสนาม
แต่ 4 เดือนให้หลัง สถานการณ์กลับพลิกผัน ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าราคาห้องพักในสหรัฐฯ ร่วงลงกว่า 40% จากจุดสูงสุด โดยราคาเฉลี่ยลดลงมาเหลือ 579 ดอลลาร์ต่อคืน
- แอตแลนตา: คือเมืองที่เห็นภาพชัดที่สุด ราคาห้องพักร่วงจาก 968 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม เหลือเพียง 390 ดอลลาร์ในเดือนเมษายน
- บอสตัน, ฟิลาเดลเฟีย และซีแอตเทิล: ต้องหั่นราคาลงราวๆ 50% เพื่อดึงดูดลูกค้า
ไขสาเหตุ ทำไมแฟนบอลต่างชาติถึงเมิน?
ฟีฟ่าเคยคาดการณ์ว่า 40% ของแฟนบอลในสนาม (ราว 2.5 ล้านคน) จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ตัวเลขยอดจองกลับสะท้อนภาพที่น่ากังวล โดยมีหลายปัจจัยที่เป็นตัวขัดขวาง:
- กำแพงราคาที่จับต้องไม่ได้: นอกเหนือจากราคาตั๋วฟุตบอลโลกที่แพงกว่าที่กาตาร์อย่างก้าวกระโดดแล้ว ค่าใช้จ่ายแฝงยังสูงลิ่ว เช่น ตั๋วรถไฟในนิวเจอร์ซีย์ที่ถูกปรับขึ้นเป็น 150 ดอลลาร์ (ราว 5,500 บาท) ในวันแข่งขัน หรือค่าจอดรถที่ฟีฟ่าเรียกเก็บทะลุ 100 ดอลลาร์
- นโยบายวีซ่าและภาพลักษณ์: มาตรการวีซ่าที่เข้มงวด และผลกระทบทางการเมืองจากนโยบาย “America First” ของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ภาพลักษณ์การเปิดรับนักท่องเที่ยวของสหรัฐฯ ลดลง ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศลดลง 5.5% สวนทางกับภาพรวมการท่องเที่ยวโลกที่กำลังฟื้นตัว
- “อุปสงค์เทียม” จากฟีฟ่า: ฟีฟ่าคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดปั่นป่วน พวกเขาจองห้องพักล่วงหน้าไว้หลายพันห้องในแต่ละเมือง ทำให้เกิดภาวะห้องพักขาดแคลนแบบปลอมๆ (Artificial early demand) แต่เมื่อฟีฟ่าใช้สิทธิ์ยกเลิกห้องพักเหล่านั้นเมื่อต้นปี ซัพพลายจึงล้นตลาดกะทันหัน บีบให้โรงแรมต้องรีบปรับราคาลง
ความหวังในโค้งสุดท้าย
แม้ตัวเลขยอดจองในช่วงรอบแบ่งกลุ่มจะน่าผิดหวัง (เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนในหลายเมือง) แต่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมโรงแรมหลายคนยังคงมองโลกในแง่ดี
พวกเขามองว่า พฤติกรรมของแฟนบอลในยุคนี้มักจะจองที่พักใน “นาทีสุดท้าย” โดยเฉพาะในรอบน็อกเอาต์ที่แฟนบอลต้องรอดูว่าทีมรักของตนจะผ่านเข้ารอบและต้องไปเตะที่เมืองไหน นอกจากนี้ ฟีฟ่ายังเตรียมปล่อยตั๋วล็อตใหม่ออกมา ซึ่งอาจกระตุ้นการเดินทางได้อีกระลอก
อย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าภาพของ “คลื่นมหาชนนับสิบล้านคน” ที่ฟีฟ่าเคยวาดฝันไว้อาจไกลเกินจริง ฟุตบอลโลก 2026 อาจยังคงเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว มันอาจเป็นเพียงแค่ “แรงกระเพื่อมเล็กๆ” ไม่ใช่สึนามิแห่งเม็ดเงินอย่างที่คาดหวังกันไว้