BK8 – แมตช์แห่งฤดูกาล: ‘เซาแธมป์ตัน’ ปะทะ ‘อิปสวิช’ นัดชี้ชะตาเดิมพันตั๋วพรีเมียร์ลีกใบสุดท้าย
วันอังคารนี้อาจเป็นวันตัดสินหน้าประวัติศาสตร์ของการแข่งขันเพื่อเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก
แม้ว่า โคเวนทรี ซิตี้ จะผงาดคว้าแชมป์และยุติการรอคอย 25 ปีในลีกล่างไปแล้วเรียบร้อย แต่ไฮไลต์สำคัญตกมาอยู่ที่การเผชิญหน้ากันของสองทีมที่เคยโลดแล่นในลีกสูงสุดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งผลลัพธ์ของเกมนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะได้กลับคืนสู่พรีเมียร์ลีกแบบอัตโนมัติ และใครจะต้องไปเหนื่อยต่อในรอบเพลย์ออฟ โดยมี มิลล์วอลล์ และ มิดเดิลสโบรห์ เฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เดิมพันที่สูงลิ่ว: ไม่มีที่ว่างสำหรับผู้แพ้
หลังจากเพิ่งอกหักพลาดท่าโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รัวแซงในช่วงท้ายเกมรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่เวมบลีย์เมื่อวันเสาร์ ทัพ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ต้องรีบดึงสติกลับมาโฟกัสกับการลุ้นเลื่อนชั้นอัตโนมัติ
ปัจจุบัน ลูกทีมของ ทอนด้า เอคเคิร์ต รั้งอันดับ 5 ตามหลัง อิปสวิช อยู่ 4 คะแนน เซาแธมป์ตันไร้พ่ายในลีกมาแล้ว 17 นัดติดต่อกัน แต่พวกเขา ต้องชนะ ในวันอังคารนี้เท่านั้นเพื่อรักษาความหวังในการจบอันดับสอง
ทางฝั่ง “ม้าขาว” อิปสวิช ทาวน์ หากบุกมาเก็บชัยชนะได้ จะเป็นการการันตีตั๋วเลื่อนชั้นในทางปฏิบัติทันที ไม่ว่าผลนัดสุดท้ายจะเป็นอย่างไร เนื่องจากพวกเขามีผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่า มิลล์วอลล์ ขาดลอย (+30 ต่อ +13)
“คุณต้องกระตุ้นให้นักเตะเมินเฉยต่อเสียงรบกวนภายนอกและโฟกัสแค่คู่แข่ง แต่พวกเขาก็คือมนุษย์ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะปิดกั้นทุกอย่าง” คีแรน แม็คเคนน่า กุนซืออิปสวิช กล่าว
“พวกเขาโคตรมีแรงจูงใจ แน่นอนว่าสถานการณ์ในฝันคือการข้ามเส้นชัยที่เซนต์ แมรี่ส์ เซาแธมป์ตันเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม โค้ชเก่ง มีความมั่นใจและโมเมนตัมที่ดี นั่นทำให้พวกเขาเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของเรา”
หากเกมจบลงด้วยผลเสมอ เซาแธมป์ตันจะหลุดจากวงโคจรโควตาอัตโนมัติทันที และจะทำให้การลุ้นอันดับสองในวันเสาร์สุดท้ายกลายเป็นการต่อสู้ของ 3 ทีม โดยที่อิปสวิชยังคงกุมความได้เปรียบไว้ในมือ
อิปสวิช: เต็งหนึ่งที่มาพร้อมความไม่แน่นอน
ลูกทีมของแม็คเคนน่าคือเต็งหนึ่งจากบริษัทรับพนันตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล ทว่าพวกเขาออกสตาร์ตได้ค่อนข้างฝืด โดยไม่ชนะใครเลยใน 4 นัดแรก จนหล่นไปอยู่อันดับ 19
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม เมื่อพวกเขากวาดชัยชนะต่อเนื่อง รวมถึงการถล่มแชมป์อย่างโคเวนทรีทะลุเข้าไปอยู่ในท็อป 5 นับตั้งแต่นั้น ฤดูกาลของพวกเขามีทั้งจุดสูงสุด (การทำดับเบิ้ลใส่คู่ปรับอย่าง นอริช ซิตี้ ในรอบ 33 ปี) และจุดต่ำสุด (การพ่ายแพ้ต่อทีมหนีตกชั้นและทีมที่ตกชั้นไปแล้วอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ และ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด)
สถิติที่น่าสนใจ: อิปสวิชได้จุดโทษถึง 10 ครั้งในฤดูกาลนี้ มากกว่าทุกทีมในแชมเปี้ยนชิพถึง 4 ครั้ง และ 3 จาก 6 ประตูหลังสุดของพวกเขาก็มาจากจุดโทษ
เซาแธมป์ตัน: การคืนชีพจากขุมนรก
ฤดูกาลที่แล้ว เซาแธมป์ตันจบพรีเมียร์ลีกด้วยผลงานสุดเลวร้าย (ชนะ 2 นัด เก็บได้เพียง 12 แต้ม) การมาของ วิลล์ สติล ในเดือนพฤษภาคมดูเหมือนจะเป็นความหวังใหม่ แต่มันกลับกลายเป็นรุ่งอรุณที่หลอกลวง สติลถูกปลดในเดือนพฤศจิกายนหลังทีมทำผลงานย่ำแย่
จุดเปลี่ยนที่แท้จริงคือการดัน ทอนด้า เอคเคิร์ต โค้ชทีมชุดยู-21 ขึ้นมาขัดตาทัพ นับตั้งแต่นั้น เซาแธมป์ตันไม่เคยมองย้อนกลับไป พวกเขาสร้างสถิติไร้พ่าย 20 นัดรวดในทุกรายการ ทะลุเข้าถึงรอบรองฯ เอฟเอ คัพ (ล้มทั้ง เลสเตอร์, ฟูแล่ม และ อาร์เซน่อล) และกวาดแต้มในลีกจนพุ่งจากอันดับ 14 ขึ้นมาอยู่ในโซนลุ้นเลื่อนชั้นเต็มตัว
คืนวันอังคารนี้ ที่เซนต์ แมรี่ส์ จะเป็นเวทีตัดสินว่า การคืนชีพของเซาแธมป์ตันจะไปถึงฝั่งฝัน หรือจะเป็นอิปสวิชที่ใช้ความเก๋าเอาตัวรอดคว้าตั๋วใบสำคัญนี้ไปครอง แฟนบอลตัวจริงห้ามพลาด
