BK8 – รอยแผลที่ไม่มีวันลบเลือน: ย้อนรอยคดีสินบนปี 1984 ที่พรากความฝันของ ‘น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์’
กาลเวลาอาจช่วยเยียวยาบาดแผล แต่สำหรับผู้ที่ผูกพันกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในยุคนั้น ค่ำคืนของวันที่ 25 เมษายน 1984 ยังคงเป็นความทรงจำที่ฝังแน่นไปด้วยความขมขื่นและเสียดาย
ในขณะที่ทัพ “เจ้าป่า” ชุดปัจจุบันกำลังโบยบินในศึก ยูโรปา ลีก และเตรียมเปิดบ้าน ซิตี้ กราวด์ ต้อนรับ แอสตัน วิลล่า ในรอบรองชนะเลิศนัดแรก ภาพจำในอดีตยุครุ่งเรืองของ ไบรอัน คลัฟ ก็หวนกลับมาอีกครั้ง… ทว่า มันมาพร้อมกับคำถามที่ค้างคาใจถึงแมตช์ที่ถูกตราหน้าว่า เป็นหนึ่งในคดีล็อกผลการแข่งขันที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล
ค่ำคืนอันมืดมิดที่บรัสเซลส์
ในศึก ยูฟ่า คัพ รอบรองชนะเลิศปีนั้น ฟอเรสต์ กุมความได้เปรียบมหาศาลจากชัยชนะในนัดแรก 2-0 ด้วยผลงานของ สตีฟ ฮ็อดจ์ ทว่าในนัดที่สองที่ต้องไปเยือน อันเดอร์เลชท์ แชมป์เก่าจากเบลเยียม ทุกอย่างกลับพลิกผันอย่างไม่น่าเชื่อ
แม้เจ้าถิ่นจะตีไข่แตกได้ในครึ่งแรก แต่ฟอเรสต์ก็ยังดูมีภาษีดีกว่า จนกระทั่งผ่านหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม… คำตัดสินที่ค้านสายตาเริ่มปรากฏขึ้น เอมิลิโอ กูรูเซต้า มูโร่ ผู้ตัดสินชาวสเปน เป่าจุดโทษชี้ว่า เคนนี่ สเวน ไปทำฟาวล์ เคนเน็ธ บรีลล์ ทั้งที่ภาพช้าฟ้องชัดเจนว่าไม่มีการปะทะกัน
“หมอนั่นแค่พุ่งล้ม เคนนี่ไม่ได้อยู่ใกล้เขาเลยด้วยซ้ำ” พอล ฮาร์ท อดีตปราการหลังฟอเรสต์ รำลึกความหลัง
จุดพีคของความเจ็บปวดเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่ออันเดอร์เลชท์พลิกแซงนำรวม 3-2 ฟอเรสต์บุกแหลกและได้เตะมุม พอล ฮาร์ท เทกตัวโหม่งบอลตุงตาข่ายอย่างขาวสะอาด มันควรจะเป็นประตูต่อลมหายใจ… แต่เสียงนกหวีดของผู้ตัดสินกลับดังขึ้น เพื่อริบประตูนั้นคืน โดยไม่มีใครเข้าใจเหตุผล
ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้เงิน 1.2 ล้านฟรังก์
ไบรอัน คลัฟ รับรู้ได้ทันทีว่าเกมนี้ไม่ปกติ เขาเดินเข้าห้องแต่งตัวและบอกลูกทีมให้ทำใจยอมรับว่าพวกเขาถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม
ต้องรอจนถึงปี 1997 กว่าที่ความจริงอันเน่าเฟะจะถูกเปิดเผยจากการสืบสวนคดีอาญาว่า คอนสแตนท์ ฟานเดน สต็อค อดีตประธานสโมสรอันเดอร์เลชท์ ได้ติดสินบนผู้ตัดสิน มูโร่ เป็นเงิน 1.2 ล้านฟรังก์เบลเยียม (ผ่านนายหน้าอาชญากรท้องถิ่น) เพื่อแลกกับการล็อกผลการแข่งขัน
- บทสรุปของคนผิด: ผู้ตัดสิน มูโร่ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนในปี 1987 ส่วนอันเดอร์เลชท์ถูก ยูฟ่า ลงโทษแบนจากฟุตบอลยุโรปเพียง 1 ฤดูกาล ซึ่งอดีตนักเตะฟอเรสต์มองว่าเป็นบทลงโทษที่เบาหวิวเกินไป
เหรียญรางวัลที่ถูกขโมยไป และ รอยยิ้มในวันปัจจุบัน
อันเดอร์เลชท์ ทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศก่อนจะพ่ายจุดโทษให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งจบเพียงอันดับ 8 ในลีกอังกฤษปีนั้น ตามหลังฟอเรสต์ถึง 13 แต้ม
“มันเป็นยาขมที่กลืนยากมาก” พอล ฮาร์ท กล่าวทิ้งท้าย “ในยุคนั้นเราได้ค่าเหนื่อยดีก็จริง แต่มันไม่ใช่เรื่องของเงิน มันคือเรื่องของเหรียญรางวัล ผมไม่เคยได้เหรียญรางวัลในฐานะนักเตะเลย และเราเชื่อมั่นว่าเราเอาชนะสเปอร์สในนัดชิงได้แน่ๆ”
กว่า 40 ปีผ่านไป แม้อดีตจะแก้ไขไม่ได้ แต่สำหรับตำนานอย่าง ฮาร์ท และ เอียน โบว์เยอร์ อดีตกัปตันทีม การได้เห็น น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ กลับมายืนหยัดในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลยุโรปได้อีกครั้ง คือความสุขที่ช่วยปลอบประโลมหัวใจ
ฟุตบอลยุคใหม่เปี่ยมไปด้วยความหวัง พวกเขาได้แต่ส่งกำลังใจให้เด็กรุ่นหลังสร้างความทรงจำที่ล้ำค่า และตอกย้ำให้แฟนบอลรุ่นใหม่ได้รับรู้ว่า… สโมสรแห่งนี้ยิ่งใหญ่เพียงใดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรป