เจาะเบื้องหลัง! ‘คริสเตียน คิวู’ ใช้ความเห็นอกเห็นใจ กู้ชีพ ‘อินเตอร์ มิลาน’ ผงาดคว้าแชมป์ เซเรีย อา สมัยที่ 21

BK8‘คริสเตียน คิวู’ ผู้กู้ซาก ‘อินเตอร์’ ด้วยความเห็นอกเห็นใจ สู่บัลลังก์แชมป์ เซเรีย อา สมัยที่ 21

การเฉลิมฉลองชัยชนะของ คริสเตียน คิวู เป็นไปในสไตล์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่มุ่งเน้นไปที่นักเตะและไม่เคยเอาดีเข้าตัว ซึ่งครั้งนี้มันเป็นความรู้สึกที่จริงใจอย่างปฏิเสธไม่ได้ คิวู หันหน้าเข้าหาอัฒจันทร์ฝั่ง คูร์วา นอร์ด เพื่อรับเสียงปรบมือจากกลุ่มอุลตร้า ก่อนจะหันไปชี้ที่ลูกทีมของเขา ราวกับจะบอกว่า สคูเด็ตโต้ สมัยที่ 21 ของอินเตอร์ มิลาน นั้นเป็นผลงานของนักเตะทุกคน จากนั้นเขาก็ปลีกตัวกลับเข้าห้องแต่งตัวเพื่อสูบบุหรี่

ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ คิวู จารึกชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ โดยกลายเป็นบุคคลที่สองที่คว้าแชมป์ลีกกับอินเตอร์ได้ทั้งในฐานะนักเตะและโค้ช ต่อจาก อาร์มันโด คาสเตลลาซซี ที่เคยทำไว้เมื่อกว่า 80 ปีก่อน คิวู ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในขุนพลชุดประวัติศาสตร์คว้าทริปเปิลแชมป์ฤดูกาล 2009-10 ให้สัมภาษณ์แบบติดตลกและไร้ความเย่อหยิ่งว่า เขามีชื่อในหน้าประวัติศาสตร์มาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะเคยคว้าแชมป์มาบ้างสมัยเป็นนักเตะ

จากเฉียดตายสู่กุนซือผู้เปี่ยมด้วยความเห็นอกเห็นใจ คิวู เปิดเผยว่าเขาสูญเสียอีโก้ของตัวเองไปตั้งแต่เหตุการณ์กะโหลกศีรษะร้าวและเกือบเสียชีวิตเมื่อเดือนมกราคมปี 2010 เหตุการณ์นั้นทำให้กุนซือวัย 45 ปีในปัจจุบัน ตระหนักถึงคนรอบข้างและเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตและในโลกฟุตบอล โดยเขาระบุว่าเขาพยายามที่จะเป็นคนที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

คุณสมบัตินี้คือสิ่งที่ทัพนักเตะอินเตอร์ต้องการอย่างมากที่สุด

  • หลังจากที่ทีมต้องพลาดแชมป์ลีกในวันสุดท้ายของฤดูกาล 2024-25
  • และโดน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถล่มยับเยิน 5-0 ในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในอีกแปดวันต่อมา
  • อินเตอร์อยู่ในสภาพที่แตกสลาย และในสายตาของหลายๆ คน นี่คือจุดจบของรอบความสำเร็จของทีม

วิกฤตของทีมยังลุกลามเมื่อ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กัปตันทีม ออกมาวิจารณ์ ฮาคาน ชัลฮาโนกลู ถึงเรื่องความทุ่มเท หลังทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ชัลฮาโนกลู บินกลับตุรกีเพื่อฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ทำให้พลาดลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ที่สหรัฐอเมริกา และมีข่าวลือการย้ายไป กาลาตาซาราย อย่างไรก็ตาม คิวู ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก ซิโมเน่ อินซากี้ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน สามารถรักษาสปิริตของทีมไว้ได้ โดย นิโกโล่ บาเรลล่า ยืนยันว่าทีมไม่เคยสูญเสียความสามัคคี

บริหารจัดการขุมกำลังที่บอบช้ำ แชมป์ลีกที่ทิ้งห่างคู่แข่งถึง 12 คะแนน ซ่อนความยากลำบากที่คิวูต้องเผชิญไว้มากมาย

  • เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เตรียมคว้ารางวัลดาวซัลโว (Capocannoniere) อีกครั้งด้วยผลงาน 20 ประตูรวมทุกรายการ แม้จะพลาดลงสนามในลีกถึง 8 นัดในปีนี้
  • ชัลฮาโนกลู ขาดหายไป 10 นัด แต่ก็ยังเป็นตัวตัดสินเกมได้ โดยเฉพาะการทำประตูสุดสวยในเซเรีย อา นัดที่เอาชนะ โรม่า 5-2 เมื่อต้นเดือนเมษายน
  • เดนเซล ดุมฟรีส ฮีโร่จากแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลก่อน ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าในเดือนพฤศจิกายนจนต้องพักยาว 3 เดือน
  • กองหลังจอมเก๋าอย่าง ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้, สเตฟาน เดอ ไฟรจ์ และ มัตเตโอ ดาร์เมียน ต้องได้รับการจัดการอย่างระมัดระวังเนื่องจากอายุและการกรำศึกหนัก
  • เฟเดริโก้ ดิมาร์โก้ ที่เคยมีฝันร้ายในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก จนหลายคนมองว่าควรถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่พักครึ่ง ปัจจุบันได้รับการคาดหมายว่าจะคว้ารางวัล MVP ของเซเรีย อา ต่อจาก สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ของนาโปลี

นอกจากนี้ คิวู ยังต้องช่วยเยียวยาจิตใจ อเลสซานโดร บาสโตนี่ ที่ต้องกลายเป็นแพะรับบาปของอิตาลี จากการโดนใบแดงก่อนหมดครึ่งแรกในเกมเพลย์ออฟที่อิตาลีแพ้จุดโทษ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา จนพลาดตั๋วไปฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ทั้งที่เขาฝืนลงเล่นทั้งที่มีอาการบาดเจ็บ แต่แฟนบอลที่ซาน ซิโร่ ก็ยังคงเคียงข้างบาสโตนี่เสมอ

แท็กติกที่เน้นความต่อเนื่อง ในแง่ของแท็กติก คิวู แสดงให้เห็นถึงความฉลาดและไม่อวดดี เขาเลือกที่จะสานต่อระบบ 3-5-2 ที่ริเริ่มโดย อันโตนิโอ คอนเต้ และสานต่อโดย อินซากี้ อินเตอร์กลายเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลแบบไดเร็กต์มากขึ้น พวกเขาทำประตูได้มากกว่าแชมป์เก่าอย่างนาโปลีถึง 30 ประตู และมากกว่า เอซี มิลาน 34 ประตู โดยมีเพียง บาเยิร์น มิวนิค และ บาร์เซโลน่า เท่านั้นที่ทำประตูได้มากกว่าอินเตอร์ใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป การที่คิวูพาทีมคว้าแชมป์โดยไม่ได้มีสถิติเกมรับที่ดีที่สุด ถือเป็นเรื่องที่สวนทางกับธรรมเนียมดั้งเดิมของอิตาลี

เบปเป้ มาร็อตต้า ประธานสโมสร ซึ่งคว้าแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 10 ของตัวเอง ระบุว่า การเลือกคิวูมาคุมทีมคือ “ความกล้าหาญที่ผ่านการคำนวณมาแล้ว” ขณะที่ ปิเอโร ออซิลิโอ ผู้อำนวยการกีฬา ก็ชื่นชมว่า คิวู แสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดและมีความละเอียดอ่อนอย่างมาก

ภารกิจที่ยังไม่จบ แม้ผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้จะน่าผิดหวัง หลังถูก โบโด/กลิมท์ เขี่ยตกรอบเพลย์ออฟ (แพ้ 3-1 และ 2-1) และพลาดการจบท็อป 8 เพียงคะแนนเดียว รวมถึงการแพ้ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และแพ้ ลิเวอร์พูล 1-0 คาบ้าน แต่คิวูก็ยืนยันว่าเขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองหลงระเริงไปกับงานเลี้ยงฉลองแชมป์ลีก

“ผมไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก แต่ตอนนี้ผมกำลังคิดถึงนัดชิงชนะเลิศ โคปปา อิตาเลีย (ที่จะพบกับ ลาซิโอ ในวันพุธหน้า) แล้ว” คิวู กล่าวทิ้งท้าย