BK8 – แผลเป็นแห่งปี 2012: ทำไมการเยือน ‘ซันเดอร์แลนด์’ ถึงเป็นมากกว่าแค่เกมฟุตบอลสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด
สีหน้าของ ไมเคิล คาร์ริค บอกทุกอย่าง เขาพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่พยายามฝืนทำ ก่อนจะเอ่ยออกมาสั้นๆ ว่า “ใช่ครับ ผมจำได้ดี ผมไม่มีวันลืมมันเลย”
วันที่ 13 พฤษภาคม 2012 คือวันที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษอย่างไม่มีวันลบเลือน มันคือวันที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ ทำประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บดับฝัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และส่งมอบแชมป์พรีเมียร์ลีกให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างดราม่าที่สุด แต่สำหรับพลพรรคปีศาจแดงที่อยู่ห่างออกไป 140 ไมล์ ณ สเตเดี้ยม ออฟ ไลต์ วันนั้นคือฝันร้ายที่กรีดลึกลงไปในหัวใจ
วินาทีแห่งความหวังที่พังทลาย แมนฯ ยูไนเต็ด ลงสนามพบกับ ซันเดอร์แลนด์ ด้วยเงื่อนไขเดียวคือต้องชนะ และแช่งให้ แมนฯ ซิตี้ ไม่ชนะ เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา ลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำหน้าที่ของตัวเองสำเร็จด้วยการเอาชนะไป 1-0 จาก เวย์น รูนี่ย์ ขณะที่ฝั่ง แมนฯ ซิตี้ เพิ่งจะตีเสมอ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ทีมที่กำลังหนีตกชั้น
ในวินาทีนั้น ยูไนเต็ด คือแชมป์
นักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทำได้เพียงยืนรออยู่บนผืนหญ้า ภาวนาให้เวลาที่เอติฮัด สเตเดี้ยม หมดลง แต่แล้วประตูของอเกวโร่ก็กลายเป็นดาบที่ทิ่มแทงหัวใจ สีหน้าของเหล่านักเตะปีศาจแดงเปลี่ยนเป็นความมืดมนในชั่วพริบตา
เกลือที่โรยลงบนแผลสด สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการพลาดแชมป์ คือบรรยากาศรอบตัวในขณะนั้น เมื่อนักเตะยูไนเต็ดเดินไปขอบคุณแฟนบอลทีมเยือน เสียงเชียร์กลับดังกึกก้องมาจากฝั่งแฟนบอลเจ้าถิ่น แฟนซันเดอร์แลนด์ฉลองความพ่ายแพ้ของยูไนเต็ดราวกับว่าพวกเขาเป็นฝ่ายคว้าแชมป์เสียเอง
“เรายังอยู่ในสนามเพราะเกมของเราจบแล้ว แต่เรารู้ว่าฝั่งซิตี้ยังไม่จบ” แหล่งข่าวในทีมยูไนเต็ดวันนั้นเล่าความหลัง “ผมจำเสียงนั้นได้ดี มันมีความเย้ยหยันอยู่ในเสียงเพลงที่พวกเขาร้อง แล้วมันก็ระเบิดเป็นเสียงหัวเราะเยาะเมื่อเรารู้ตัวว่าเราเสียแชมป์ไปแล้ว”
แฟนบอลซันเดอร์แลนด์พร้อมใจกันทำท่า ‘ปอซนาน’ (Poznan) หันหลังให้สนาม กอดคอกระโดดเต้นรำไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นท่าดีใจเอกลักษณ์ของแมนฯ ซิตี้… มันคือการหยามเกียรติที่เซอร์ อเล็กซ์ ไม่มีวันยอมรับได้
เปลี่ยนความเจ็บปวดเป็นเชื้อไฟ ผู้จัดการทีมชาวสก็อตเปลี่ยนความโกรธแค้นให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อน เขาบอกกับลูกทีมว่า “จดจำวันนี้ไว้ให้ดี จดจำไว้ว่าซันเดอร์แลนด์สนุกสนานแค่ไหนกับช่วงเวลานี้”
มันเป็นเหมือนฉายภาพซ้ำจากปี 1992 ตอนที่ยูไนเต็ดพลาดแชมป์ให้ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันนั้นเซอร์ อเล็กซ์ ก็เคยบอกกับ ไรอัน กิ๊กส์ และเด็กๆ ในทีมว่าให้จดจำความเจ็บปวดเอาไว้ และครั้งนี้เขาก็ทำเช่นเดียวกัน “แฟนซันเดอร์แลนด์พวกนั้นที่เชียร์ซิตี้ จำวันนี้ไว้ เราจะไม่มีวันลืม ผมบอกพวกคุณไว้เลย” เฟอร์กูสันประกาศกร้าวในงานเลี้ยงสโมสรวันถัดมา
ความทรงจำที่ไม่มีวันลบเลือน เวลาผ่านไป แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาเยือนซันเดอร์แลนด์ในปีถัดมาและคว้าชัยชนะได้สำเร็จ ก่อนจะเดินหน้าคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 20 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ แต่แผลเป็นแห่งปี 2012 ก็ยังคงอยู่
แฟนซันเดอร์แลนด์ยังคงร้องเพลงล้อเลียนในวันที่พวกเขาบุกมาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด ว่า “พวกแกลืมไปแล้วล่ะสิว่าเราเคยร้องเพลง ตอนที่เซร์คิโอทำประตู” ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ ก็ยังเคยตั้งคำถามกึ่งติดตลกถึงจังหวะที่นักเตะคิวพีอาร์เตะบอลทิ้งง่ายๆ ในเกมนั้น
สำหรับ ไมเคิล คาร์ริค การต้องกลับมาเยือนสนามแห่งนี้อีกครั้งย่อมปลุกความทรงจำที่ฝังลึกขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ “มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวจริงๆ ครับ” คาร์ริค ทิ้งท้าย “มันคืออดีตไปแล้วก็จริง… แต่มันยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำเสมอ”