‘ผมไม่ได้เล่นฟุตบอลเพื่อเพลย์เซฟ’: เปิดใจ ‘มอร์แกน โรเจอร์ส’ เบื้องหลังประตูแชมป์ และความไว้วางใจจากอูไน เอเมรี่

‘ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อเล่นแบบเพลย์เซฟ’: เปิดมุมมอง ‘มอร์แกน โรเจอร์ส’ กับขวบปีแห่งประวัติศาสตร์ของ แอสตัน วิลล่า

มันอาจจะดูเหมือนเป็นประตูที่ง่ายดายที่สุด แต่ในความเป็นจริง… มันคือหนึ่งในประตูที่สำคัญที่สุดในรอบเจเนอเรชันของ แอสตัน วิลล่า

ลูกจิ้มจ่อๆ ที่เสาแรกของ มอร์แกน โรเจอร์ส ช่วยให้วิลล่านำห่าง ไฟร์บวร์ก 3-0 เมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็นการดับความหวังของคู่แข่งอย่างเด็ดขาด ก่อนที่ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาจะผงาดสวมมงกุฎแชมป์ ยูโรป้า ลีก ได้อย่างยิ่งใหญ่

แม้ว่าประตูนี้จะไม่ได้สวยงามในระดับเดียวกับลูกยิงไกลสุดสวยหลายๆ ลูกที่เขาและ เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย มักจะแข่งกันทำมาตลอดฤดูกาล แต่มันกลับเป็นสไตล์การทำประตูที่ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจที่สุด

วิชาจากเอเมรี่: การทำประตูที่ง่ายขึ้น

อูไน เอเมรี่ พยายามเคี่ยวเข็ญให้ดาวเตะวัย 23 ปีรายนี้เพิ่ม “ตัวเลข” สถิติของตัวเอง โดยสั่งให้เขาหาวิธีทำประตูจากจังหวะที่ง่ายขึ้น

“ผมต้องเข้าใจและอยู่กับความเป็นจริงว่า ลูกยิงไกลสวยๆ แบบนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลาหรอกครับ” โรเจอร์ส กล่าว “ผมชอบที่จะทำประตูที่ง่ายขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้ที่จะทำให้บ่อยขึ้น ผมต้องพาตัวเองเข้าไปในกรอบเขตโทษให้มากกว่านี้ และใช้สัญชาตญาณให้เต็มที่ ผู้จัดการทีมจ้ำจี้จ้ำไชผมมากเรื่องการวิ่งสอดเข้าไปในกรอบ 6 หลาให้ถูกจังหวะ”

ก้าวข้ามความพ่ายแพ้ สู่ค่ำคืนที่อิสตันบูล

โรเจอร์ส เล่าถึงความมุ่งมั่นของทีม หลังจากที่พวกเขาพ่าย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 คาบ้านในเกมลีก ซึ่งคั่นกลางระหว่างนัดรองชนะเลิศสองเลกกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

“หลังจากแพ้ในเลกแรก ทุกคนก็คิดแต่เรื่องนั้น (นัดที่สอง) เราอยากจะลงเล่นเกมนั้นทันที” โรเจอร์สเผย “มันคงน่าเสียดายแย่ถ้าผมเกิดตื่นสนามในนัดชิง หลังจากที่เราทำทุกอย่างเพื่อมายืนอยู่ตรงนี้ ฟุตบอลมันมาพร้อมกับความกดดันอยู่แล้ว แต่ความตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นมันมีมากกว่าความกดดันนั้นครับ”

‘ลูกรัก’ ของ อูไน เอเมรี่ ผู้ไม่ยอมแพ้

คนใกล้ชิดของเอเมรี่ ยกให้โรเจอร์สเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของวิลล่า ฤดูกาลนี้เขาลงเล่นอย่างต่อเนื่อง โดยในลีก 5 อันดับแรกของยุโรปนับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2024-25 มีเพียง เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ และ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ เท่านั้นที่ลงเล่นมากกว่าเขา

แม้จะมีช่วงที่ฟอร์มตกจนโดนแฟนบอลโห่ใส่ เอเมรี่ก็ยังคงส่งเขาลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่านี่คือบททดสอบชั้นดี

“ผมรู้ว่าคนอาจจะบ่นเวลาผมเสียบอล แต่การ ‘ครองบอล’ มันไม่ใช่สไตล์ของผมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมไม่ได้เล่นฟุตบอลเพื่อให้มันน่าเบื่อ หรือเพื่อเพลย์เซฟ” โรเจอร์สยืนยันหนักแน่น “ผมมีหน้าที่ปลดล็อกแผงหลัง ทำประตู และสร้างสรรค์เกม เมื่อคุณฟอร์มดี ทุกอย่างมันก็เข้าทาง แต่ถ้าไม่ มันก็แค่นั้น นี่คือความโหดร้ายของฟุตบอล แต่ตราบใดที่ผู้จัดการทีมและเพื่อนร่วมทีมยังเชื่อมั่นในตัวผม นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”

สู่ความท้าทายในระดับโลก

หลังจบฤดูกาลอันยาวนาน เป้าหมายต่อไปของโรเจอร์สคือการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อลุยศึกฟุตบอลโลกช่วงต้นเดือนมิถุนายน ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล โรเจอร์สคือแคนดิเดตสำคัญในตำแหน่งหมายเลข 10 โดยมีเพื่อนสนิทอย่าง จู๊ด เบลลิงแฮม เป็นคู่แข่งคนสำคัญ

“การได้อยู่ในบทสนทนาร่วมกับผู้เล่นระดับนั้น เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยกล้าฝันถึงเลยเมื่อ 8 เดือนก่อน” โรเจอร์สทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม “ผมอยากไปแข่งขันกับคนที่เก่งที่สุด และอยากจะเล่นร่วมกับพวกเขาด้วย ผมตั้งตารอคอยมันจริงๆ ครับ”