ย้อนรอยตำนาน ‘ซีดาน’: การคัมแบ็กช็อกโลก และฉากจบสุดดราม่าในฟุตบอลโลก 2006

‘เสียงกระซิบปริศนา สู่การร่ายรำครั้งสุดท้าย’: ย้อนรอย ซีเนดีน ซีดาน กับฟุตบอลโลก 2006BK8

ลองจินตนาการถึง ซีเนดีน ซีดาน ที่กำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านในยามวิกาล แต่กลับกำลังสนทนาอย่างลึกลับกับบุคคลหรือพลังงานบางอย่างที่เขาสาบานว่าจะไม่เอ่ยนาม… นี่คือสถานการณ์ชวนพิศวงที่ดึงเขากลับมาจากการแขวนสตั๊ด เพื่อเต้นรำครั้งสุดท้ายกับทัพ “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส

การคัมแบ็กของพระเจ้า

ซีดานประกาศอำลาทีมชาติไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2004 โดยทิ้งผลงานอันยิ่งใหญ่ในฐานะสัญลักษณ์ของทีมชุดแชมป์โลก 1998 และแชมป์ยูโร 2000 แต่เมื่อทีมชาติฝรั่งเศสกำลังระส่ำระสายในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2006 ซีดานในวัย 33 ปี จึงตัดสินใจเปลี่ยนใจ

เขาอธิบายความรู้สึกผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวว่า “คืนหนึ่งตอนตี 3 ผมตื่นขึ้นมาและได้คุยกับใครบางคน… ผมรู้สึกเหมือนถูกผลักดันด้วยพลังงานนี้ที่คอยบงการพฤติกรรมของผม ผมต้องเชื่อฟังเสียงที่แนะนำผม”

การกลับมาของเขา พร้อมกับ ลิลิยอง ตูราม และ โคลด มาเกเลเล่ สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาล เธียร์รี่ อองรี ถึงกับเอ่ยปากว่า “พระเจ้ามีอยู่จริง และเขากลับมาสู่ทีมชาติฝรั่งเศสแล้ว” ทั้งสามคนช่วยกอบกู้วิกฤตและพาทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ

จากเสียงวิจารณ์ สู่เวทมนตร์ในรอบน็อกเอาต์

ในรอบแบ่งกลุ่มที่เยอรมนี ฝรั่งเศสทำผลงานได้น่าผิดหวังด้วยการเสมอสวิตเซอร์แลนด์และเกาหลีใต้ ก่อนจะเอาชนะโตโกในนัดสุดท้าย แบบสำรวจของหนังสือพิมพ์ L’Équipe เผยว่าแฟนบอลถึง 88% เชื่อว่าฝรั่งเศสจะไปไม่ถึงรอบชิงชนะเลิศ

ทว่าเมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ซีดานและผองเพื่อนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

  • รอบ 16 ทีม พบ สเปน: ฝรั่งเศสโดนนำไปก่อน แต่พลิกกลับมาชนะได้อย่างยอดเยี่ยม โดย ฟร้องค์ ริเบรี่ ตีเสมอ, ปาทริค วิเอร่า โหม่งแซงนำจากลูกฟรีคิกของซีดาน และซีดานเป็นคนยิงประตูปิดกล่องในจังหวะสวนกลับช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หลังจบเกม แฟนบอล 90% เปลี่ยนใจมาเชื่อว่าพวกเขามีลุ้นแชมป์
  • รอบ 8 ทีม พบ บราซิล: ซีดานโชว์ฟอร์มดั่งมีเวทมนตร์ เขาเป็นคนเปิดฟรีคิกให้ เธียร์รี่ อองรี โหม่งประตูชัยดับทัพแซมบ้า
  • รอบรองชนะเลิศ พบ โปรตุเกส: ซีดานสังหารจุดโทษอย่างเยือกเย็น พาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ฉากจบทรงจำแห่งโศกนาฏกรรม

นัดชิงชนะเลิศกับ อิตาลี ซีดานเปิดฉากด้วยการยิงจุดโทษแบบ “ปาเนนก้า” ชนคานเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ มาร์โก มาเตราซซี่ กองหลังอิตาลี พูดจายั่วยุถึงครอบครัวของเขา ซีดานตบะแตกและใช้หัวโขกเข้าที่หน้าอกของคู่กรณีจนโดนใบแดงไล่ออกทันที

ภาพที่ซีดานเดินคอตกเดินผ่านถ้วยฟุตบอลโลกสีทองเพื่อกลับเข้าห้องแต่งตัว กลายเป็นภาพจำที่ให้ความรู้สึกเหมือนโศกนาฏกรรมของเชกสเปียร์

แม้ฝรั่งเศสจะพ่ายจุดโทษและชวดแชมป์โลก แต่เมื่อกลับมายังกรุงปารีส แฟนบอลหลายพันคนยังคงรวมตัวกันที่จัตุรัส ปลัส เดอ ลา กงกอร์ด (Place de la Concorde) และตะโกนเรียกชื่อ “ซิซู!” เพื่อสดุดีวีรบุรุษของพวกเขา ซีดานอาจจะปิดฉากด้วยความรุนแรง แต่ในความทรงจำของแฟนบอล เขาคือสิ่งมหัศจรรย์ ผู้รังสรรค์เกม และศิลปินบนผืนหญ้า ที่แสดงให้เห็นว่าท้ายที่สุดแล้ว… เขาก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน