‘ทิม รีม’ เปิดใจก่อนนำทัพลุยฟุตบอลโลก 2026: “แข้งมะกันเลิกเห็นแก่ตัว และพร้อมสู้เพื่อกันและกัน” – BK8
ความหวังอันยิ่งใหญ่สำหรับวงการ “ซอคเกอร์” ในสหรัฐอเมริกากำลังจะถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้งในศึกฟุตบอลโลก 2026… 32 ปีหลังจากที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าภาพและสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ในตอนนั้น ทิม รีม เพิ่งอายุเพียง 6 ขวบ เมื่อเวิลด์คัพ 1994 ได้พัดพาความหลงใหลในกีฬาชนิดนี้เข้ามาสู่ห้องนั่งเล่นในบ้านเกิดของเขาที่เซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี
“ผมจำพลังงานในตอนนั้นได้ดี และคิดว่า ‘ผมไม่เคยเห็นเกมระดับนานาชาติบนทีวีมาก่อนเลย'” อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟฟูแล่ม วัย 38 ปี เปิดใจกับ The Times “ตอนอายุ 6 ขวบ ผมแค่เตะบอลให้ทีมโรงเรียนทุกสุดสัปดาห์ ตอนนั้นเรายังไม่มีการซ้อมแบบจริงจังด้วยซ้ำ แต่นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ ผมคิดว่า ‘เจ๋งไปเลย กีฬาที่ผมเล่นกำลังฉายอยู่บนทีวีในห้องนั่งเล่น’ มันเหลือเชื่อมาก”
ในวันนี้ ทิม รีม กำลังจะกลายเป็นดาราหน้ากล้องที่จะปรากฏตัวบนหน้าจอทีวีทั่วอเมริกาและทั่วโลก ในฐานะ “กัปตันทีม” นำทัพสหรัฐอเมริกาลงสู้ศึกฟุตบอลโลกในบ้านเกิด (ซึ่งครั้งนี้เป็นเจ้าภาพร่วมกับแคนาดาและเม็กซิโก)
จากคำสบประมาท สู่การไล่ล่าความฝัน
เส้นทางของ รีม ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทักษะการจ่ายบอลอันยอดเยี่ยมของเขา (ซึ่งครั้งหนึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยเอ่ยปากว่าถ้าเขาอายุน้อยกว่านี้สัก 10 ปี คงจะดึงตัวมาร่วมทีมแล้ว) ถูกขัดเกลามาจากการเตะบอลบนคอร์ตเทนนิสในช่วงฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ โดยใช้เส้นสนามเพื่อฝึกความแม่นยำ
แรงบันดาลใจของเขาถูกกระตุ้นอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2002 ที่สหรัฐอเมริกาทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย รีมวัย 14 ปียอมตื่นตอนตี 3 เพื่อดูการถ่ายทอดสด และนั่นคือตอนที่เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า “วันหนึ่งผมอยากจะเล่นให้ทีมชาติสหรัฐฯ”
ทว่าในวัย 15 ปี ครูแนะแนวที่โรงเรียนกลับบอกเขาว่า “ไม่เคยมีใครจากโรงเรียนของเราเทิร์นโปรในกีฬาอาชีพใดๆ ได้เลย ดังนั้นโอกาสที่เธอจะทำได้นั้นแทบจะไม่มี” คำพูดนั้นเปิดโลกของเขา แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการมาถึงของ เดวิด เบ็คแฮม ในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) ปี 2007 ที่ทำให้วงการฟุตบอลอเมริกาบูมสุดขีด และทำให้รีมเชื่อว่าเขามีโอกาสจริงๆ หากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง
การเกิดใหม่ และอิทธิพลของ ‘โปเช็ตติโน่’
หลังจากย้ายไปค้าแข้งในอังกฤษกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส และอยู่กับ ฟูแล่ม ยาวนานถึง 9 ปี เส้นทางทีมชาติของรีมกลับลุ่มๆ ดอนๆ เขาหลุดทีมชาติไปนานหลายปี ชวดลุยฟุตบอลโลก 2014 และสหรัฐฯ ก็ไม่ผ่านเข้ารอบในปี 2018 จนกระทั่งในวัย 34 ปี เขาคิดว่าโอกาสของเขาคงหมดลงแล้ว แต่ฟอร์มอันยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของ มาร์โก ซิลวา ที่ฟูแล่ม ทำให้เขาถูกเรียกตัวติดทัพไปลุยฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์แบบเซอร์ไพรส์
สิงหาคม 2024 รีมตัดสินใจอำลาฟูแล่มและกลับบ้านเกิดมาเล่นให้ ชาร์ลอตต์ เอฟซี (Charlotte FC) โดยทำใจไว้แล้วว่าอาจจะไม่ได้เล่นฟุตบอลโลกในบ้านเกิด แต่ มาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือคนใหม่ของทีมชาติสหรัฐฯ ไม่เพียงแต่เรียกเขากลับมา แต่ยังมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้เขาด้วย
“มันเปิดโลกและเหลือเชื่อมากครับ” รีมพูดถึงโปเช็ตติโน่ “เขานำมุมมองที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนมาสู่ทีม ทั้งในแง่ความสำคัญของอารมณ์ความรู้สึก และสายสัมพันธ์นอกสนาม ทุกการจ่ายบอล ทุกสัมผัส และทุกการสื่อสารล้วนมีความหมาย ผมหวังว่าผมจะได้ร่วมงานกับเขาเร็วกว่านี้ เพราะรายละเอียด ความมุ่งมั่น และประสบการณ์ที่สตาฟฟ์ของเขามีนั้นสุดยอดมาก”
เมื่อแข้งมะกันสลัดคราบเด็กติดเกม สู่การเล่นเพื่อทีม
ทีมชาติสหรัฐอเมริกาชุดนี้เต็มไปด้วยความคาดหวัง และถูกสื่อขนานนามว่าเป็น ‘โกลเด้น เจเนอเรชัน’ แม้รีมจะไม่ได้ใส่ใจกับคำยกยอของสื่อมากนัก แต่เขายอมรับว่าได้เห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของน้องๆ ในทีม
“หลายคนในทีมตอนนี้มีครอบครัวและลูกเล็กๆ แล้ว” รีมกล่าว “จู่ๆ พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบเห็นแก่ตัวอีกต่อไป แต่พวกเขาเล่นเพื่อคนอื่น ก่อนหน้านี้มีบางคนที่มักจะนั่งเล่นวิดีโอเกมแล้วพูดจาไร้สาระ จนผมต้องมานั่งคิดว่า ‘ให้ตายสิ ลูกวัย 10 ขวบของผมยังพูดแบบนี้เลย’ แต่ตอนนี้พวกเขามีประสบการณ์มากขึ้น และส่วนใหญ่ก็ผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้ว”
สำหรับ ทิม รีม การเดินทาง 32 ปีของเขากำลังจะเดินทางมาถึงจุดสูงสุด วงจรชีวิตฟุตบอลของเขากำลังจะวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น เพียงแต่ครั้งนี้ เขาไม่ใช่เด็กวัย 6 ขวบที่นั่งมองจอทีวีอีกต่อไป แต่เขาคือคนที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นต่อไป
“มันเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ และเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงครับ แต่เป็นโมเมนต์ที่เราสามารถมองย้อนกลับไปแล้วพูดได้ว่า ‘ฉันเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น’ ไม่ใช่ในแง่ของความเห็นแก่ตัว แต่ฉันเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ลงเล่นในฟุตบอลโลก 2026 ที่เราเป็นเจ้าภาพ สำหรับเด็กรุ่นต่อไปที่อาจมีความฝันเหมือนกับพวกเราตอนเด็กๆ การที่เราได้เป็นกลุ่มคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขา… สำหรับผมแล้ว มันเป็นเรื่องที่วิเศษจนแทบจะบรรยายไม่ถูกเลยครับ”