BK8 – เมื่อบ้านเกิดปฏิเสธศรัทธา: ก้าวใหม่ที่เรียบง่ายแต่งดงามของ ‘แอชลีย์ โคล’ กับ เชเซน่า
หากเราพูดถึงชื่อของ แอชลีย์ โคล ภาพจำของแฟนบอลคือแบ็กซ้ายระดับเวิลด์คลาสผู้รับใช้ทีมชาติอังกฤษไปถึง 107 นัด แต่ในเส้นทางสายกุนซือ เขากลับพบว่าตัวเองต้องเผชิญกับกำแพงที่มองไม่เห็นในบ้านเกิด จนทำให้รู้สึก “ท้อแท้” และต้องหันหลังให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษ เพื่อออกตามหาความเชื่อมั่นในดินแดนอิตาลี
กำแพงคำว่า ‘ขาดประสบการณ์’
ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา โคลสั่งสมวิชาในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีมมาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่ ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ (ในยุคของ แฟรงค์ แลมพาร์ด), อคาเดมีของ เชลซี, เอฟเวอร์ตัน, เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ไปจนถึงทีมชาติอังกฤษ แต่เมื่อถึงเวลาที่เขาพร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง สโมสรในอังกฤษกลับปฏิเสธเขา
“ผมเริ่มรู้สึกท้อแท้กับการขาดโอกาสจากสโมสรในอังกฤษที่ผมได้เข้าไปพูดคุยด้วย” โคล เปิดใจ “พวกเขามักจะใช้ข้ออ้างที่ว่า ‘คุณยังไม่มีประสบการณ์’ ผมก็เข้าใจนะ แต่คำถามคือ แล้วผมจะมีประสบการณ์ได้อย่างไรล่ะ ถ้าคุณไม่ให้โอกาสผม?”
“มันคือการต่อสู้ที่คุณต้องเผชิญในฐานะมือขวามานานถึง 6-7 ปี คุณต้องกล้าที่จะก้าวเดินด้วยความศรัทธา และสโมสรเองก็ต้องกล้าที่จะศรัทธาในตัวคุณเช่นกัน”
โคลตระหนักดีว่า โค้ชผิวสีชาวอังกฤษที่ทำงานในอิตาลีมีไม่มากนัก การที่ เชเซน่า ทีมในเซเรีย บี เลือกเขา จึงถือเป็นศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่เขาพร้อมจะตอบแทนด้วยทุกสิ่งที่มี
ชีวิตที่ติดดิน และ แซนด์วิช 5 ยูโร
แม้จะมีดีกรีเป็นถึงซูเปอร์สตาร์ แต่การใช้ชีวิตของโคลที่เมืองเล็กๆ อย่าง เชเซน่า กลับเรียบง่ายจนน่าทึ่ง สตาฟฟ์โค้ชท้องถิ่นต่างประทับใจที่เห็นเขาเดินเก็บอุปกรณ์และกรวยฝึกซ้อมด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นภาพที่ไม่คุ้นตานักสำหรับอดีตนักเตะระดับนี้
“ผมไม่เคยมองว่าตัวเองอยู่เหนือใครในสโมสรแห่งนี้” โคล อธิบาย “แน่นอนว่าผมต้องเป็นผู้นำของกลุ่ม แต่ผมก็พร้อมที่จะก้มลงเก็บกรวยซ้อม”
ในวันที่มีงานแถลงข่าว โคลมักจะมีกิจวัตรประจำตัวคือการแวะซื้อ “ปิอาดิน่า” (แซนด์วิชขนมปังแผ่นแบนสไตล์อิตาเลียน) ราคา 5 ยูโร จากร้านรถเข็นหน้าสนาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตคนท้องถิ่น โดยมี ชารอน คานู ภรรยาชาวโรมของเขา เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาเข้าใจวัฒนธรรมฟุตบอลอิตาลีอย่างลึกซึ้ง
การเปลี่ยนแปลง และเป้าหมายที่ไม่ได้สร้างในวันเดียว
ในสนาม โคลไม่ใช่แค่กุนซือที่เข้ามาเพื่อประคองทีม เขาพกนวัตกรรมและความมุ่งมั่นมาเต็มเปี่ยม เขาสร้างห้องวิเคราะห์วิดีโอ ใช้กล้องมุมสูงบันทึกการฝึกซ้อม และดูวิดีโอทบทวนทุกวัน
สิ่งที่เขาปรับเปลี่ยนเพื่อยกระดับทีม มีดังนี้:
- เพิ่มความเข้มข้น: ทั้งในการฝึกซ้อมและวันแข่งขันจริง
- เปลี่ยนสไตล์การเล่น: เน้นการครองบอลเพื่อควบคุมเกมให้เหนือกว่าคู่แข่ง
- ความยืดหยุ่นทางแท็คติก: ทีมต้องสามารถปรับตัวรับมือกับคู่แข่งที่เล่นสไตล์แตกต่างกันได้
แม้เจ้าของทีมชาวอเมริกันจะตั้งเป้าหมายสูงสุดคือการเลื่อนชั้นสู่ เซเรีย อา แต่โคลมองโลกตามความเป็นจริงว่า ทีมยังไม่พร้อมสำหรับลีกสูงสุดในตอนนี้ พวกเขาต้องเน้นการสร้างรากฐาน พัฒนาเยาวชน และรักษาสถานะในพื้นที่เพลย์ออฟให้ได้ก่อน
ไม่ใช่ มูรินโญ่ ไม่ใช่ อันเชล็อตติ… แต่เป็น แอชลีย์ โคล
โคล ยอมรับว่าปัญหาเรื่องโอกาสของโค้ชผิวสีในวงการฟุตบอลเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง แต่เขาขอโฟกัสไปที่การพิสูจน์ตัวเองบนผืนหญ้ามากกว่า เขาใช้เวลาปรึกษาและเรียนรู้จากเพื่อนร่วมอาชีพอย่าง เธียร์รี่ อองรี อยู่เสมอ
“ผมไม่ได้จะเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ผมไม่มีบารมีหรือความเคารพในระดับนั้นเพราะผมยังไม่เคยได้แชมป์อะไรเลย คาร์โล อันเชล็อตติ ก็เป็นคนที่เยือกเย็นและประสบความสำเร็จอย่างสูง ผมก็เป็นเขาไม่ได้ ราฟา เบนิเตซ ผมก็เป็นไม่ได้” > “ผมต้องหยิบยืมสิ่งดีๆ จากพวกเขามาปรับใช้ เป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นในกระบวนการของผม และโฟกัสที่เชเซน่า ผมอยากทำงานหนัก และหวังว่าสักวันหนึ่ง… ผมจะสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ”
ในเมืองแห่งชนชั้นแรงงานที่มีประชากรไม่ถึงแสนคน แอชลีย์ โคล กำลังขีดเขียนตำนานบทใหม่ของตัวเองอย่างเงียบๆ ด้วยภาษาฟุตบอลที่เรียบง่าย แต่มีความลึกซึ้งและกินใจที่สุด