BK8 – สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานสำหรับสาวก “อาซูลกราน่า” เมื่อ บาร์เซโลน่า ได้ฤกษ์กลับมาลงเล่นในรังเหย้าอันเป็นตำนานอย่าง สปอติฟาย คัมป์นู (Spotify Camp Nou) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023 และพวกเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง ด้วยการระเบิดฟอร์มโหดไล่ถล่ม แอธเลติก บิลเบา ที่เหลือผู้เล่น 10 คน ไปอย่างขาดลอย ทะยานขึ้นรั้งตำแหน่งจ่าฝูงลาลีกา สเปน ได้สำเร็จ
เกมนี้ถือเป็นแมตช์แห่งความทรงจำ ท่ามกลางแฟนบอล 45,157 ชีวิต ที่เข้ามาเป็นสักขีพยาน (แม้จะยังเปิดใช้งานไม่ได้เต็มความจุเนื่องจากการปรับปรุงยังไม่เสร็จสิ้น 100%)
เริ่มเกมมาได้เพียง 4 นาที เสียงเชียร์ก็กึกก้องเมื่อ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงชาวโปแลนด์ จารึกชื่อเป็นคนแรกที่ทำประตูในการกลับมาเล่นที่สนามแห่งนี้ ด้วยการซัดลูกเรียดผ่านมือ อูไน ซิมอน เข้าไปตุงตาข่าย เป็นประตูที่ 8 ในลีกของเขาซีซั่นนี้
ไฮไลท์สำคัญของเกมนี้ต้องยกให้เจ้าหนูมหัศจรรย์ ลามีน ยามัล เด็กปั้นที่เคยลงเล่นที่นี่ครั้งล่าสุดตอนอายุเพียง 15 ปี วันนี้เขาโชว์คลาสระดับโลกด้วยการใช้ข้างเท้าด้านนอกจ่ายบอลสุดเหนือชั้นให้ เฟร์ราน ตอร์เรส หลุดเข้าไปยิงประตูหนีห่างในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก
ครึ่งหลังเริ่มมานาทีที่ 48 เฟอร์มิน โลเปซ มาบวกสกอร์เพิ่มเป็น 3-0 สถานการณ์ของทีมเยือนยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อ โออิฮาน ซานเซ็ต ไปเข้าหนักใส่ โลเปซ จนผู้ตัดสินเช็ค VAR และเปลี่ยนจากใบเหลืองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม
ช่วงท้ายเกม ยามัล แผลงฤทธิ์อีกครั้งด้วยการปั่นป่วนแนวรับคู่แข่ง ก่อนจ่ายให้ เฟร์ราน ตอร์เรส คนเดิม ซัดประตูปิดกล่อง (ซึ่งตอนแรกถูกจับล้ำหน้า แต่ VAR ยืนยันให้เป็นประตู) จบเกม บาร์เซโลน่า ชนะไปอย่างท่วมท้น
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ บาร์เซโลน่า เก็บเพิ่มเป็น 31 คะแนน จาก 13 นัด ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงด้วยลูกได้เสียที่ดีกว่า แต่ต้องรอลุ้นผลของ เรอัล มาดริด ที่มีคิวบุกไปเยือน เอลเช่ ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ว่าจะทวงบัลลังก์คืนได้หรือไม่
การได้กลับมาเล่นที่ คัมป์นู เปรียบเสมือนการเติมพลังใจให้กับทัพเจ้าบุญทุ่ม หลังจากต้องระหกระเหินไปเล่นที่ โอลิมปิก สเตเดี้ยม บนเขา มงต์จูอิก และ โยฮัน ครัฟฟ์ สเตเดี้ยม มาอย่างยาวนาน และเมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ สนามแห่งนี้จะรองรับผู้ชมได้ถึง 105,000 คน เตรียมกลับมาเป็นนรกของทีมเยือนอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง