BK8 – เสียงเชียร์ “ซูเปอร์ แฟรงค์ แลมพาร์ด” ที่ดังกึกก้องไปทั่ว โคเวนทรี บิวดิ้ง โซไซตี้ อารีน่า หลังเกมพลิกนรกแซงชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่า “อคติ” ที่แฟนบอลเคยมีต่อเขา ได้สลายไปจนหมดสิ้นแล้ว
ณ วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2025 จากกุนซือที่เคยถูกมองว่าเป็น “หนึ่งในสามตัวเลือกที่แย่ที่สุด” ในสายตาแฟนบอลตอนที่เขาเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แฟรงค์ แลมพาร์ด วัย 47 ปี ได้พลิกชะตากรรมของตัวเองและสโมสรอย่างน่าทึ่ง
เขาเข้ามารับงานต่อจาก มาร์ค โรบินส์ ตำนานกุนซือที่รับใช้ทีมยาวนานที่สุดในลีก ซึ่งเป็นการ “แบกรับความกดดัน” ครั้งมโหฬาร “ผมรู้ว่ามันมีความท้าทายรออยู่” แลมพาร์ดกล่าวกับ The Athletic
บทเรียนจากความล้มเหลว ประวัติการคุมทีมของ แลมพาร์ด นั้น “ลุ่มๆ ดอนๆ” (Mixed) เขาเคยพา ดาร์บี้ เข้าชิงเพลย์ออฟ, พา เชลซี จบท็อปโฟร์, ช่วย เอฟเวอร์ตัน หนีตกชั้น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ถูก เชลซี และ เอฟเวอร์ตัน “ไล่ออก” และการกลับไปคุมทีมชั่วคราวที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็จบลงด้วยหายนะ (ชนะ 1 จาก 11 นัด)
“มันอาจจะไม่มีงานไหนที่คุณเข้าไปแล้วนั่งไขว่ห้างสบายๆ ได้หรอก” แลมพาร์ดกล่าว “คุณไป เอฟเวอร์ตัน และพยายามหนีตกชั้น พวกเขาก็ตั้งคำถามกับความสามารถของคุณ”
สูตรสำเร็จที่เรียบง่าย: “ทำงานหนัก” และ “สร้างแพสชั่น” แลมพาร์ดไม่ได้ใช้แท็กติกที่ซับซ้อน แต่เขากลับไปสู่ “พื้นฐาน” ที่แฟนบอลต้องการเห็น “พวกเขา (แฟนบอล) ตอบสนองต่อสิ่งที่เห็นในสนาม” เขาอธิบาย “ผลการแข่งขัน, พลังงานของทีม, มันมีความมุ่งมั่นที่พวกเขาสมควรจะได้เห็นหรือไม่?… และนั่นคือจุดที่เราทำได้ถูกต้อง”
เขาไม่ได้ “รื้อ” ทีมที่ โรบินส์ สร้างไว้ แต่เขา “ต่อยอด” มัน ด้วยการดึงนักเตะไม่กี่คนเข้ามา (เช่น แมตต์ ไกรมส์ และ คาร์ล รัชเวิร์ธ) และที่สำคัญที่สุดคือ เขา “ซื้อใจ” นักเตะในทีมได้สำเร็จ
“เขาดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวผมและผู้เล่นหลายคนออกมา” แจ็ค รูโดนี่ ผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสรเมื่อฤดูกาลที่แล้ว กล่าว “ไม่มีใครที่ดีกว่านี้ให้ผมเรียนรู้อีกแล้ว”
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ผลลัพธ์คือ โคเวนทรี ในตอนนี้กลายเป็น “เครื่องจักรแห่งชัยชนะ” พวกเขารั้งจ่าฝูง แชมเปี้ยนชิพ อย่างสง่างาม ทิ้งห่างอันดับสองถึง 4 คะแนน และเก็บไปแล้ว 31 แต้ม จาก 14 นัด ซึ่งเป็นสถิติที่ดีกว่าทีมที่ได้เลื่อนชั้นอัตโนมัติ 4 จาก 6 ทีมหลังสุดใน 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา!
เกมล่าสุดกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด แม้จะตามหลังในครึ่งแรก แต่ แลมพาร์ด ก็ปลุกเร้าลูกทีมในช่วงพักครึ่งด้วยข้อความง่ายๆ: “ขอพลังงานมากขึ้น, เล่นให้เร็วขึ้น, เป็นโคเวนทรีให้มากขึ้น” และพวกเขาก็กลับมาระเบิดฟอร์มยิง 3 ประตูรวดในครึ่งหลัง
จากกุนซือที่ถูกมองข้าม สู่การเป็น “ซูเปอร์ แฟรงค์” ที่แฟนบอลรัก… แฟรงค์ แลมพาร์ด กำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า แม้จะล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ด้วยการ “วิจารณ์ตัวเอง” (Self-critiquing) และการทำงานหนักอย่างไม่หยุดยั้ง เขาก็พร้อมที่จะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่กว่าเดิม และบางที… การรอคอยการกลับสู่พรีเมียร์ลีกในรอบ 24 ปีของ โคเวนทรี ซิตี้ อาจจะสิ้นสุดลงในฤดูกาลนี้ก็เป็นได้