ซามูไรบลู สร้างประวัติศาสตร์คัมแบ็คดับ แซมบา 3-2

ทีมชาติญี่ปุ่น

ทีมชาติญี่ปุ่น ภายใต้การคุมทีมของ ฮาจิเมะ โมริยาสึ สร้างประวัติศาสตร์เอาชนะ บราซิล เป็นครั้งแรกในเกมกระชับมิตรที่ อายิโนะโมโต๊ะ สเตเดียม ด้วยสกอร์ 3-2 ให้หลังจากการตามหลัง 0-2 – bk8

 

เกมอุ่นเครื่องที่ โตเกียว ซึ่งทั้งสองทีมนำทัพด้วยสตาร์ดังเต็มสนามเป็นฝ่าย บราซิล ของ คาร์โล อันเชลอตติ ออกนำไปก่อนด้วยสกอร์ 2-0 ในครึ่งแรกจากประตูของ เปาโล เฮ็นริเก และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี

 

เจ้าถิ่นมาได้ประตูตีไข่แตกในช่วงต้นครึ่งหลังโดย ทาคูมิ มินามิโนะ จากผิดพลาดจากเซ็นเตอร์แบ็ค ฟาบริซิโอ บรูโน ส่งบอลลั่นหน้าปากประตูเข้าทางปืนดาวเตะ อาเอส โมนาโก ตะบันล่อเป้าเหน่งๆ ตุงตาข่าย

 

ประตูตีเสมอของทัพ ซามูไรบลู ได้ประตูตีเสมอ 2-2 จากความพยายามเคลียร์บอลของ เคโตะ นากามูระ บนเส้นประตูแต่ทะลักเข้าประตูตนเองของ บรูโน เจ้าเก่า ก่อนที่ 2 นาทีถัดมา อายาเสะ อูเอดะ จะโหม่งลูกเตะมุมในระยะเผาขนบอลไปซุกที่ก้นตาข่ายกลายเป็นประตูชัยของ ญี่ปุ่น

คาเซมิโร กองกลางกัปตันทีมชาติ บราซิล ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Globo ภายหลังจบการแข่งขัน โดยกล่าวถึงฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ในครึ่งหลังของทีมว่าเป็นการ “แบล็กเอาต์ (ดับสนิท) จากทุกคนในทีม”

 

“มันเป็นการแบล็กเอาต์จากทุกคนในทีมของเราในครึ่งหลัง นี่คือการแข่งขันในระดับสูงสุด หากคุณเผลอหลับไปตลอดทั้งครึ่ง มันอาจทำให้คุณต้องเสียแชมป์ฟุตบอลโลก, โคปา อเมริกา หรือแม้แต่เหรียญโอลิมปิกไปได้เลย” คาเซมิโร กล่าว “นี่เป็นเรื่องที่ รับไม่ได้อย่างยิ่ง และเราต้องเรียนรู้จากมัน เพราะฟุตบอลโลกอยู่ใกล้แค่ไม่กี่เดือนข้างหน้าแล้ว เราต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อย เพราะมันอาจทำให้เราต้องเสียทุกอย่างไปได้”

 

บราซิล เป็นฝ่ายคุมเกมในช่วงต้นที่ โตเกียว แม้ว่า คาร์โล อันเชลอตติ โค้ชของทีมจะใช้ผู้เล่นชุดที่ถูกหมุนเวียนไปมาก เมื่อเทียบกับเกมที่เอาชนะเกาหลีใต้ไปอย่างท่วมท้น 5-0 เมื่อวันศุกร์ โดยมีเพียง คาเซมิโร, บรูโน กีมาไรส์ และ วินิซิอุส จูเนียร์เท่านั้นที่เป็นผู้เล่นที่ยังคงรักษาตำแหน่งตัวจริงไว้ได้

 

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการคว้าชัยชนะเหนือทีมชาติบราซิลเป็นครั้งแรกในรอบ 14 นัด ที่ทั้งสองทีมพบกัน โดยก่อนหน้านี้ทีมจากอเมริกาใต้เคยเอาชนะญี่ปุ่นได้ถึง 11 ครั้ง จากการพบกันทั้งหมด 13 ครั้ง