ดราม่าเดือด! “มูรินโญ่” ตกต่ำสุดขีด? อ้างตำนานผิวสีป้องเบนฟิก้า-โทษ “วินิซิอุส” ยั่วโมโหจนโดนเหยียด – กูรูรุมจวก “ตรรกะวิบัติ”

เมื่อ “วายร้ายการ์ตูน” กลายเป็น “ปีศาจของจริง”: มูรินโญ่ กับวาทะกรรม “ให้ท้ายการเหยียดผิว” ที่โลกรับไม่ได้ – BK8

ตลอด 25 ปีในอาชีพกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ มักสวมบทบาท “วายร้าย” ที่แฟนบอลหมั่นไส้แต่ก็ยังเคารพในฝีมือ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ที่ เรอัล มาดริด บุกชนะ เบนฟิก้า 1-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเขา “ดิ่งลงเหว” อย่างกู่ไม่กลับ

ชนวนเหตุเกิดจากการที่ วินิซิอุส จูเนียร์ กล่าวหาว่า จานลูก้า เพรสเตียนนี่ ผู้เล่นเบนฟิก้าใช้วาจาเหยียดผิว (ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธ) แทนที่มูรินโญ่จะวางตัวเป็นกลางหรือรอผลสอบสวน เขากลับเลือกที่จะ “โทษเหยื่อ” และใช้ตรรกะที่บิดเบี้ยวที่สุดครั้งหนึ่งในวงการฟุตบอล

“เกราะกำบัง ยูเซบิโอ” และการโทษเหยื่อ

ในการให้สัมภาษณ์กับ Amazon Prime มูรินโญ่กล่าวโจมตีวินิซิอุสว่าแสดงท่าดีใจที่ “ยั่วยุ” แฟนบอลและคู่แข่งเกินไป ก่อนจะปล่อยหมัดเด็ดที่ฟังแล้วชวนอึดอัด:

“ผมบอกเขาว่า… ตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรนี้ (ยูเซบิโอ) คือคนผิวดำ ดังนั้นสโมสรนี้ สิ่งสุดท้ายที่จะเป็นได้คือพวกเหยียดผิว” มูรินโญ่กล่าว “ถ้าในหัวเขาคิดว่ามีการเหยียด… นี่คือเบนฟิก้านะ มันต้องมีอะไรผิดปกติแล้วล่ะ เพราะมันเกิดขึ้นทุกสนามที่เขาไปเล่น เสมอและตลอดมา”

ตรรกะนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าคือการ Gaslighting หรือการบิดเบือนความจริง การมีรูปปั้นตำนานนักเตะผิวสีหน้าสนาม ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่านักเตะหรือแฟนบอลในปัจจุบันจะไม่เหยียดผิว และการบอกว่า “วินิซิอุสโดนด่าทุกที่ แปลว่าเขาผิดเอง” คือการผลักภาระไปให้ผู้ถูกกระทำอย่างน่ารังเกียจ

โลกฟุตบอลรุมประณาม

คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ ตำนานมิดฟิลด์ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์เกม ถึงกับส่ายหน้าและกล่าวว่า:

“ผมเคารพโชเซ่นะ แต่วันนี้เขาพลาดมหันต์ที่พยายามสร้างความชอบธรรมให้การเหยียดผิว… เขาพยายามบอกว่า ถ้าวินิซิอุสยั่วยุ มันก็โอเคที่จะเหยียดเขา ซึ่งมันผิดมหันต์”

ด้าน เจมี่ คาร์ราเกอร์ และ ไมกาห์ ริชาร์ดส์ ก็เสริมว่านี่คือความ “ย้อนแย้ง” (Hypocrisy) ขั้นสุด เพราะมูรินโญ่เองคือกุนซือที่ชอบยั่วยุคู่แข่งมากที่สุดในโลกฟุตบอล

วินิซิอุส: “พวกขี้ขลาด”

หลังจบเกม วินิซิอุส โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมโดยไม่สนคำแก้ตัวของมูรินโญ่หรือคำปฏิเสธของคู่แข่ง:

“พวกเหยียดผิวคือคนขี้ขลาด… พวกเขามีคนคอยปกป้อง ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วควรจะมีหน้าที่ลงโทษพวกเขาด้วยซ้ำ ผมโดนใบเหลืองเพราะดีใจยิงประตู ผมยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไม”

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ดราม่าหลังเกม แต่มันคือการเปิดแผลเป็นใหญ่ในวงการฟุตบอลว่า แม้แต่ผู้ทรงอิทธิพลระดับมูรินโญ่ ก็ยังเลือกที่จะเมินเฉยต่อปัญหาเหยียดผิว เพียงเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของสโมสรตัวเอง