ปิดตำนาน! ‘อารอน แรมซีย์’ อดีตมิดฟิลด์อาร์เซน่อล ประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 35 ปี

BK8ถึงเวลาบอกลา: ‘อารอน แรมซีย์’ ประกาศแขวนสตั๊ด ปิดฉาก 17 ปีบนเส้นทางลูกหนัง

ฟุตบอลเปรียบเสมือนการเดินทางอันยาวนานที่มีทั้งรอยยิ้ม คราบน้ำตา และความทรงจำที่ไม่มีวันลืมเลือน และสำหรับนักเตะคนหนึ่ง เมื่อถึงจุดที่ร่างกายและกาลเวลาส่งสัญญาณบอก การตัดสินใจก้าวลงจากเวทีที่รักย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ล่าสุดวงการฟุตบอลต้องเตรียมบอกลาอีกหนึ่งยอดมิดฟิลด์แห่งยุค เมื่อ อารอน แรมซีย์ อดีตกองกลางดาวดังทีมชาติเวลส์และสโมสรอาร์เซน่อล ได้ออกมาประกาศแขวนสตั๊ด ยุติอาชีพนักฟุตบอลอย่างเป็นทางการในวัย 35 ปี

มิดฟิลด์ชาวเวลส์รายนี้กลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ นับตั้งแต่แยกทางกับสโมสร พูมาส ยูเอ็นเอเอ็ม ในลีกเม็กซิโกเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา ก่อนที่ในที่สุดเขาจะตัดสินใจว่า นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการหยุดพัก

ถ้อยคำอำลาจากก้นบึ้งของหัวใจ

แรมซีย์ ได้โพสต์แถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ด้วยถ้อยคำที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งว่า:

“นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย หลังจากผ่านการคิดทบทวนมาอย่างยาวนาน ผมตัดสินใจที่จะเลิกเล่นฟุตบอล มันคือความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตที่ได้สวมเสื้อทีมชาติเวลส์ และได้สัมผัสกับช่วงเวลาที่น่าเหลือเชื่อมากมายในสีเสื้อตัวนี้ ซึ่งมันคงเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากการสนับสนุนจากผู้จัดการทีมทุกคนที่ผมเคยร่วมงานด้วย รวมถึงทีมงานสตาฟฟ์ที่คอยช่วยเหลือผมในทุกๆ ด้าน”

“ประการที่สอง ผมขอขอบคุณทุกสโมสรที่ผมโชคดีได้มีโอกาสลงเล่นให้ ขอบคุณผู้จัดการทีมและสตาฟฟ์ทุกคนที่ช่วยให้ผมได้ใช้ชีวิตตามความฝัน และได้ลงเล่นในระดับสูงสุด”

“และคำขอบคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผมขอมอบให้ภรรยา ลูกๆ และครอบครัวของผมทุกคน หากไม่มีพวกคุณคอยอยู่เคียงข้างมาตลอดเส้นทางนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างคงไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย”

ย้อนรอยเส้นทางของชายผู้เป็นที่รัก

เส้นทางลูกหนังของแรมซีย์เริ่มต้นขึ้นในปี 2007 กับอคาเดมี่ของ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เขาจารึกชื่อเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามให้สโมสรด้วยวัยเพียง 16 ปี 124 วัน

ก่อนที่ในซัมเมอร์ปี 2008 ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อย้ายมาร่วมทีม อาร์เซน่อล ที่นี่เขาได้สถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของสโมสรในยุคใหม่ ฝากสถิติลงสนาม 369 นัด ทำไป 64 ประตู กับอีก 60 แอสซิสต์ และเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ถึง 3 สมัย

หลังจาก 11 ปีอันงดงามในกรุงลอนดอน เขาออกเดินทางหาความท้าทายใหม่กับ ยูเวนตุส ในปี 2019 แบบไร้ค่าตัว และประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ในปี 2020 จากนั้นจึงพเนจรไปค้าแข้งกับ นีซ, เรนเจอร์ส และปิดท้ายกับ พูมาส ยูเอ็นเอเอ็ม

ตำนานทัพมังกรแดง

ในนามทีมชาติเวลส์ แรมซีย์คือฮีโร่และหัวใจสำคัญของทีมตลอด 16 ปี เขาลงรับใช้ชาติไปทั้งสิ้น 86 นัด (ลงสนามมากที่สุดเป็นอันดับ 6) ทำได้ 21 ประตู (ดาวซัลโวสูงสุดอันดับ 3 ตลอดกาล) และ 9 แอสซิสต์ ความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการผนึกกำลังพาทีมชาติเวลส์ทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ศึกยูโร 2016 รวมถึงการพาทีมไปลุยฟุตบอลโลก 2022 ได้สำเร็จ

เกมสุดท้ายในนามทีมชาติของเขาเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2024 และเกมระดับสโมสรนัดสุดท้ายคือเดือนกันยายน 2025

แม้บทบาทการเป็นนักฟุตบอลอาชีพบนผืนหญ้าจะจบลง แต่ชื่อของ “อารอน แรมซีย์” จะยังคงถูกจดจำในฐานะมิดฟิลด์จอมขยัน ผู้มีเซนส์การทำประตูอันยอดเยี่ยม และเป็นที่รักของแฟนบอลตลอดไป