เมื่อ “คาออส” กลายเป็นความเงียบงัน: ดาร์วิน นูเญซ กับชะตากรรมที่ถูกลืมในซาอุดีอาระเบีย – BK8
หากชีวิตที่ลิเวอร์พูลคือความกดดันที่ถาโถม สิ่งที่ ดาร์วิน นูเญซ กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คงเรียกว่า “ฝันร้ายที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก”
เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ดาวยิงชาวอุรุกวัยตัดสินใจย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ด้วยค่าตัว 53 ล้านยูโร เพื่อหวังจะ “รีเซ็ต” ชีวิตค้าแข้งใหม่กับ อัล ฮิลาล ยักษ์ใหญ่แห่งซาอุดีอาระเบีย ในวัยเพียง 26 ปี หลายคนมองว่านี่คือโอกาสที่เขาจะกอบโกยความมั่นใจกลับมา… แต่ความเป็นจริงกลับโหดร้ายกว่านั้น
ถูกแทนที่ด้วยคนแก่กว่า 1 รอบ
ข่าวช็อกเกิดขึ้นเมื่อ อัล ฮิลาล ตัดสินใจถอดชื่อของนูเญซออกจากรายชื่อนักเตะชุดลุยศึก ซาอุดี โปรลีก ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล เนื่องจากโควตานักเตะต่างชาติ (ที่เกิดก่อนปี 2003) เต็มจำนวน และสโมสรเลือกที่จะลงทะเบียน คาริม เบนเซม่า กองหน้าวัย 38 ปี ดีกรีบัลลงดอร์ ที่เพิ่งย้ายข้ามฟากมาจาก อัล อิตติฮัด แทน
นั่นหมายความว่า นูเญซ จะมีสิทธิ์ลงเล่นแค่ในถ้วย เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก เท่านั้น ส่วนเกมลีกในประเทศ เขาทำได้แค่นั่งดูเพื่อนเล่น
ผลงานที่ไม่เข้าตา
แม้จะเพิ่งยิง 2 ประตูในเกมเอเชียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ผลงานในลีก 6 ประตูจาก 16 นัด ถือว่า “สอบตก” สำหรับมาตรฐานของทีมจ่าฝูงอย่างอัล ฮิลาล ซิโมเน่ อินซากี้ กุนซือของทีมยอมรับว่านี่คือการตัดสินใจที่ยากลำบาก “นูเญซเป็นนักเตะที่ดี แต่เรามีข้อจำกัดเรื่องโควตา และเวลาบีบคั้น ผมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทีม”
สถานการณ์นี้คล้ายกับที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ รุ่นพี่จากลิเวอร์พูลเคยเจอเมื่อปีก่อน ที่ถูกอัล อาลี ตัดชื่อออกเพื่อเปิดทางให้นักเตะใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าลีกเศรษฐีน้ำมันนั้น “ไร้ความปรานี” หากคุณไม่ดีพอ
อนาคตทีมชาติแขวนบนเส้นด้าย
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือนูเญซกำลังจะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนฟุตบอลโลก 2026 การขาดแมตช์ฟิตอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือจอมเฮี้ยบของอุรุกวัย ตัดสินใจมองข้ามเขา แม้ว่านูเญซจะเป็นกองหน้าที่มีประสบการณ์ที่สุดในทีมชุดนี้ก็ตาม
ทางออกคืออะไร?
ตลาดซื้อขายในยุโรปปิดไปแล้ว ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือ MLS ของสหรัฐอเมริกาที่ตลาดยังเปิดถึงปลายเดือนมีนาคม แต่ความเป็นไปได้มากที่สุดคือเขาต้อง “ทน” อยู่ในสภาพนี้ไปจนถึงซัมเมอร์ แล้วค่อยหาทางกลับยุโรปหลังจบบอลโลก
จากนักเตะค่าตัว 64 ล้านปอนด์ที่สร้างความตื่นเต้นทุกครั้งที่สัมผัสบอล วันนี้นูเญซกลับกลายเป็นส่วนเกินที่ถูกมองข้าม นี่คือบทเรียนราคาแพงว่า ในโลกฟุตบอล… ไม่มีที่ยืนสำหรับคำว่า “รอเวลาปรับตัว” อีกต่อไป